Jump to content



* * * * * 1 votes

[FIC] The Impossible เป็นไปไม่ได้ที่เรา(ไม่)รักกัน [YJxYS] Part 5 KISS

Yunjae Yusoo TVXQ tvxq

9 replies to this topic

#1
yumika

    Newbie

  • Members
  • Pip
  • 8 posts
The Impossible เป็นไปไม่ได้ที่เรา(ไม่)รักกัน

--- อินโทร ---


แจจุง : ตัดสินใจทิ้งสิ่งที่มีอยู่เพื่อไปหาสิ่งที่ใช่กว่า แต่เมื่อสุดท้ายพบว่าสิ่งที่ใช่ที่สุดคือสิ่งที่เคยมี ก็ยากที่จะกลับไปแก้ตัว

ยุนโฮ : การให้อภัยไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เคยเจ็บปวดอย่างถึงที่สุดด้วยฝีมือของคนที่เคยรัก แต่สุดท้ายก็ต้องกลับมาถามใจตัวเองว่าเคยรักหรือยังรักกันแน่

จุนซู : เลือกที่จะปิดตาตัวเองเพราะคิดว่าสิ่งที่มีอยู่คือสิ่งที่ตัวเองตามหา แต่สิ่งที่ต้องการก็ใช่ว่าจะต้องเป็นฝ่ายตามหาเสมอไป

ยูชอน : เหนื่อยที่จะรักแต่หยุดรักไม่ได้ ทั้งที่อยู่ใกล้แต่กลับไม่มีสิทธิ์จับต้อง

ชางมิน : การแกล้งโง่ไม่ใช่ทางออกที่จะทำให้ทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิม แต่เป็นแค่การยื้อเวลาเพื่อให้ความหวังตัวเอง


--------------------------------------------------------------------

บรรยากาศภายในห้องชุดหรูที่มีเพียงแสงจากจอทีวีและไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศนั้นสร้างความโรแมนติกให้แก่คนสองคนได้ไม่น้อย ที่โซฟาสีขาวมีร่างบางกำลังนั่งหาวพร้อมกับดูหนังในจอทีวีขนาดใหญ่ไปด้วยโดยมีแขนยาวของคนรักสอดเข้ามาโอบกอดเอวบางเอาไว้ เปลือกตาบางปรือปรอยพร้อมกับอ้าปากหาวอีกครั้ง ส่งผลให้อีกคนหันมามองอย่างขำขันระคนเอ็นดู

"หนังยังไม่ทันจบเลย ง่วงแล้วเหรอครับ" เสียงหล่อเอ่ยถามกลั้วขำนิดๆ คนง่วงพยักหน้าหงึกหงักเอามือขยี้ตาเหมือนเด็กน้อยก่อนจะขยับตัวลงนอนใช้ตักของร่างสูงเป็นหมอนหนุน

"นอนแบบนี้เดี๋ยวก็เจ็บหลังหรอกแจจุง ผมพาไปนอนที่เตียงดีกว่าไหม" เสียงหล่อเอ่ยอย่างเป็นห่วง แต่คนบนตักกลับส่ายหัวดุกดิกเรียกเสียงหัวเราะเบาๆจากอีกคน

"ตักชางมินอุ่นกว่าเตียงตั้งเยอะ" เสียงใสตอบกลับมาอย่างเอาใจ ชางมินยิ้มบางๆให้คนที่หลับตาพริ้มเตรียมตัวเข้าสู่นิทราระยะสั้น คนคนนี้ไม่ว่าจะทำอะไรก็น่ารักในสายตาเขาไปเสียหมด มือหนาขยับไปลูบไล้เส้นผมนุ่มสีน้ำตาล ตาคมจดจ้องใบหน้าหวานราวกับจะเก็บรายละเอียดทุกอณูบนใบหน้าของคนรัก ก็ใบหน้าสวยหวานแบบนี้มันน่ามองนี่นา...
เปลือกตาสีนมเปิดขึ้นเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงสัมผัสที่เส้นผม ตาคมที่กวาดมองส่วนประกอบบนใบหน้าเขาช้าๆทำให้ภายในใจของแจจุงรู้สึกวูบไหวแปลกๆ สัมผัสแบบนี้...สายตาที่จ้องมองเขาแบบนี้...มันช่างคุ้นเคยอยู่ในความทรงจำ...ความทรงจำที่ไม่เคยลืมเลือน ไม่ใช่แค่ครั้งนี้ที่ชางมินทำให้เขานึกถึงใครบางคน แต่มันแทบจะนับครั้งไม่ถ้วนต่างหาก ดวงตากลมหลับลงอย่างรวดเร็วราวกับว่าไม่อยากสัมผัสถึงความทรงจำเก่าๆอีกต่อไป และก็เป็นอีกครั้งที่ชางมินก็สัมผัสได้

.
.
.

คิ้วเรียวขมวดมุ่นอย่างรำคาญเมื่อรู้สึกว่ามีอะไรมาซุกไซร้อยู่ที่คอก่อนจะลืมตาขึ้นช้าๆ แล้วก็ได้รู้ว่าตัวการที่ทำให้เขาตื่นนั่นก็คือชางมิน

"อื้ออ...ชางมิน" เสียงหวานติดงัวเงียเอ่ยเป็นเชิงปรามคนที่กำลังคิดจะลักหลับเขาอย่างซุกซน

"ตื่นซะแล้วเหรอ คนขี้เซา" ชางมินยังไม่ยอมผละออกจากซอกคอหอมของคนตัวบาง ตอนแรกว่าจะแกล้งเฉยๆแต่พอได้เข้าใกล้กลิ่นหอมเฉพาะตัวแบบนี้แล้วมันก็เกิดอาการห้ามใจไม่อยู่

"หนังจบแล้วเหรอชางมิน อื้ออ" มือบางพยายามดันตัวคนร่างสูงให้ออกห่าง แต่ก็ไม่สามารถสู้แรงดื้อรั้นของคนตรงหน้าได้

"จบแล้วครับ อืมม นิดนึงไม่ได้เหรอ~" ชางมินผละออกมาทำสายตาออดอ้อนคนตัวบางที่พยายามขืนตัวลุก

"แต่พรุ่งนี้นายทำงานนะชางมิน" ใบหน้าหล่อมุ่ยลงเหมือนเด็กอดกินขนม ทั้งๆที่วันนี้เป็นวันหยุดแท้ๆ ทำงานมาทั้งอาทิตย์ก็อยากจะกอดคนรักให้ชื่นใจสักหน่อย เห้อ...

"ไม่ได้เหรอ~" เสียงหล่อออดอ้อนคนหน้าหวานอีกครั้ง เผื่อจะเห็นใจ

"ไม่ได้" เสียงหวานยืนยันหนักแน่น ชางมินทำหน้าเป็นหมาหงอยก่อนจะยิ้มหน้าบานดวงตาเป็นประกายวาววับเมื่อลมอุ่นๆปะทะเข้ากับใบหูพร้อมกับประโยคที่ทำให้รู้สึกว่าคนพูดน่ารักที่สุดในโลก

"ไม่ได้ห้ามเลยต่างหาก" เสียงหวานกระซิบแผ่วเบาข้างหูคนรัก ปลุกอารมณ์วาบหวามได้ไม่ยาก แล้วไหนเลยจะรอช้า ชางมินรีบคว้าเอวบางไว้ทันที มือบางโอบรอบลำคอแกร่งก่อนจะกดลงมาประกบริมฝีปากอิ่มช้าๆ แต่ยั่วยวนจนอีกคนต้องกดจูบหนักๆ ลงไปด้วยความหมั่นเขี้ยว ก่อนที่ราตรีนี้จะดำเนินไปพร้อมๆกับความสุขที่มีให้กันเพียงสองคน

#2
yumika

    Newbie

  • Members
  • Pip
  • 8 posts
--- Part 1 ไถ่โทษ ---


แสงแดดยามสายปลุกให้คนตัวบางตื่นขึ้นมาอย่าง งงๆ เมื่อพบว่าร่างสูงออกไปทำงานแล้ว ที่โต๊ะข้างเตียงมีชามโจ๊กเย็นๆตั้งอยู่พร้อมกับกระดาษโน๊ตสีหวาน มือบางเอื้อมไปหยิบมาอ่านหลังจากที่ลุกขึ้นมานั่ง

[วันนี้ผมมีงานด่วนเลยรีบออกไปก่อน ทำโจ๊กสูตรพิเศษไว้ให้แจจุงโดยเฉพาะ กินให้หมดนะไม่งั้นงอล!]

ประโยคในกระดาษที่ควรจะทำให้ร่างบางแย้มยิ้ม แต่กลับมีเพียงตากลมเหม่อลอยและความทรงจำในสมองที่ย้อนกลับมาครั้งแล้วครั้งเล่า ภาพในความทรงจำเมื่อสี่ปีก่อน...กับใครบางคน หัวกลมสบัดไปมาขับไล่ภาพต่างๆในหัว

"สี่ปีแล้วเมื่อไหร่จะหยุดนึกถึงนายได้ซักทีนะยุนโฮ" ริมฝีปากอิ่มขยับบ่นกับตัวเองก่อนจะถอนหายใจออกมาแรงๆ มือบางหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างหมอนขึ้นมาก่อนจะกดโทรออกไปยังเจ้าของกระดาษโน๊ตสีหวาน

'ว่าไงครับที่รัก' ปลายสายเอ่ยทักด้วยเสียงสดใสทันทีที่รับโทรศัพท์ ทำให้อีกคนหลุดยิ้มบางๆออกมาอย่างน่ารัก

"ยุ่งอยู่รึเปล่าชางมิน" ถามเหมือนทุกครั้งที่โทรเข้าเมื่ออีกคนกำลังทำงาน

'ไม่ล่ะ ลูกค้าไปเข้าห้องน้ำน่ะ แจจุงกินโจ๊กสูตรพิเศษของผมรึยัง' น้ำเสียงตื่นเต้นของชางมินทำให้แจจุงยิ้มออกมาอีกครั้ง ตาหวานเหลือบมองชามโจ๊กที่ยังไม่ได้แตะต้องก่อนจะส่งเสียงตอบคนในสาย

"สูตรพิเศษที่ว่าเนี่ยใส่ซีอิ้วซะเค็มปี๋เชียวนะ" พูดปด...ยังไม่ได้กินเลยซักคำ รู้ได้ยังไงว่าเค็ม

'เห้ย จริงเหรอ! งั้นไม่ต้องกินแล้วก็ได้ ทิ้งเลยๆ มันไม่ดีต่อสุขภาพนะ' น้ำเสียงร้อนรนระคนเป็นห่วงของชางมินทำให้แจจุงต้องส่งเสียงหัวเราะออกมาด้วยความขัน ถ้าเป็นยุนโฮล่ะก็คงจะพูดว่า กินๆไปเถอะคนอุส่าห์ทำให้...นี่เขากำลังคิดบ้าอะไรอยู่นะ ยุนโฮอีกแล้วเหรอ ไม่เกี่ยวอะไรกับคนคนนั้นซักหน่อย

"ล้อเล่นน่ะ อร่อยสุดๆไปเลย" พูดปด...

'จริงอ่ะ อ๊ะ! ลูกค้ามาแล้วแค่นี้ก่อนนะแจจุง' ไม่รอให้ตอบรับชางมินกดตัดสายไปทันที ร่างบางหันไปมองชามโจ๊กอีกครั้งพร้อมกับความรู้สึกหงุดหงิดอย่างไม่มีสาเหตุ

.
.
.

ร่างสูงในชุดสูทสีดำก้าวยาวๆกลับมาที่โต๊ะหลังจากไปปลดทุกข์เมื่อครู่ ตาคมมองคู่สนทนาที่กำลังนั่งคุยโทรศัพท์ก่อนจะหันมาเห็นถึงการกลับมาของเขา

"อ๊ะ! ลูกค้ามาแล้วแค่นี้ก่อนนะแจจุง" ชื่อที่ได้ยินกระทบเข้าหูส่งผลให้ขายาวหยุดชะงัก...คงไม่ใช่คนคนนั้นหรอกมั้ง ก็แค่บังเอิญ...

"คุณชองยุนโฮ ขอโทษที่เสียมารยาทนะครับ" ชางมินกล่าวขอโทษผู้เป็นลูกค้า ร่างสูงยิ้มตอบแทนการบอกว่าไม่เป็นไร

"ต่อเลยไหมครับ" ยุนโฮนั่งลงตรงข้ามกับออร์แกไนซ์เซอร์ส่วนตัวก่อนจะก้มลงมองภาพสเก็ตบนกระดาษที่กางไว้เต็มโต๊ะ

"ครับ คือผมจะเสนอว่าถ้าอยากให้งานหมั้นของคุณเป็นสไตล์แบบเบาๆ สบายๆนะ ต้องจัดบนชายหาดครับ ตอนเย็นไม่ร้อนและลมพัดเย็นๆ คุณชอบไหม" ชางมินรีบกลับมาทำหน้าที่ออร์แกไนซ์เซอร์ของตนเองต่อ การจัดออกแบบงานและสถานที่ต่างๆ เป็นสิ่งที่เขาถนัด และดูเหมือนคุณลูกค้ามาดเทห์จะพอใจกับไอเดียสุดโรแมนติกของเขาไม่น้อย

"ผมว่ามันเจ๋งดีนะ ว่าที่คู่หมั้นผมชอบทะเล..." เสียงทุ้มแผ่วลงจนชางมินต้องเงยหน้าขึ้นมอง ใบหน้าคมคายแต่แฝงไปด้วยความหล่ออย่างร้ายกาจดูเศร้าและเหงาหงอยจนผู้ทำหน้าที่ออร์แกไนซ์เซอร์รู้สึกหดหู่

"คุณชอง...เป็นอะไรไปรึเปล่าครับ" ไม่มีเสียงตอบรับใดๆจากยุนโฮ ภายในหัวของเขากำลังแสดงภาพของใครบางคนที่ไม่ได้พบเจอกันมานานถึงสี่ปี

"ไม่เป็นไรครับ ผมแค่...นึกถึงแฟนเก่า" คำตอบเบาๆจากยุนโฮทำให้ชางมินแปลกใจ คนที่กำลังจะหมั้นในอีกไม่นานนี้แต่กลับมานั่งนึกถึงแฟนเก่าเนี่ยนะ?

"ชีวิตของผมคงผูกพันกับคนชอบทะเลละมั้ง เพราะแฟนเก่าของผมก็ชอบทะเลเหมือนกัน..." ตาคมหม่นลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่ใช่ว่าเขาไม่รักจุนซู แต่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ไม่สามารถลืมนางฟ้าใจร้ายคนนั้นได้ซักที...

.
.
.

อาหารเย็นที่วางเรียงรายบนโต๊ะส่งกลิ่นหอมโชยไปทั่วห้อง แจจุงยิ้มหวานให้กับผลงานของตัวเองก่อนจะรีบจ้ำไปเปิดประตูเมื่อได้ยินเสียงกริ่งดังเป็นสัญญาณให้รู้ว่าคนที่กำลังรอคอยได้กลับมาแล้ว

"ชางมินนนน" เอ่ยทักพร้อมรอยยิ้ม

"กลับมาแล้วจ้าที่รัก หือ! หอมจัง วันนี้ทำอะไรให้กินเนี่ย" ชางมินสูดหายใจเข้าเต็มปอดเพราะกลิ่นมันช่างยั่วน้ำลายสุดๆ พร้อมๆกับพยายามเดาไปด้วยว่ามันคือกลิ่นของอะไร

"เยอะแยะมากมาย อะไร! ชางมินอา~" ตาคมเบิกกว้างเมื่อเห็นคนตัวบางทำท่าทีเหมือนไม่พอใจอะไรเขาซักอย่าง แต่ปากกลมๆที่ยื่นออกมาน้อยๆกับแก้มป่องๆนั่นมันน่าหมั่นเขี้ยวจนทำให้เขาอยากเข้าไปฟัดให้หายคิดถึงเสียมากกว่า

"อะไรอ่าแจจุง ผมทำอะไรผิดเหรอ" ดวงตากลมโตยังคงส่งค้อนให้คนรักด้วยท่าทางแสนงอน ที่ใครเห็นก็คงต้องพูดกันเป็นเสียงเดียวว่า...น่ารัก...

"ชางมินลืมใช่ไหม ว่าวันนี้วันอะไร" ได้ยินเพียงเท่านั้นชางมินก็รู้สึกได้เลยว่าแนวกระดูกสันหลังของเขาเสียววูบวาบไปหมด ไอ้คำถามแบบว่า วันนี้วันอะไร? พรุ่งนี้วันอะไร? ยังจำได้ไหม? อะไรพวกนี้เนี่ยสำหรับผู้ชายอย่างเขามันช่างน่ากลัวเสียเหลือเกิน ถ้าตอบผิดไปจะเกิดอะไรขึ้น!

"เอ่อ...วันนี้..." ร่างสูงทำหน้าตาครุ่นคิด ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อนึกออก

"วันนี้คือวันครบรอบสามปีที่เราคบกัน!!!"

"เพิ่งจะนึกออกรึไง!" ร่างบางสบัดเสียงหวานใส่ ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้องครัวโดยมีร่างสูงที่รีบปิดประตูแล้วเดินตามไปง้อเป็นการใหญ่ ให้ตายเถอะเขาลืมไปได้ยังไงนะวันสำคัญแบบนี้น่ะ!

"โถ่~แจจุง~ อย่าโกรธผมเลยน้า ผมผิดไปแล้วอา~"

"ไม่ต้องมาพูดเลยนะชางมิน ฉันโกรธนายแล้ว!" ร่างบางยังคงทำเป็นกระเง้ากระงอดไม่ยอมยกโทษให้ร่างสูง แต่จริงๆแล้วมันก็ไม่แปลกหากชางมินจะลืมวันครบรอบ เพราะร่างสูงเอาแต่ทำงาน ทำงาน แล้วก็ทำงาน เรื่องนี้แจจุงเลยเข้าใจดีและมีเหตุผลพอที่จะไม่โกรธ อีกอย่างเขาก็ไม่ใช่เด็กๆ ที่จะมายึดติดกับวันสำคัญอะไรขนาดนั้น แค่ฉลองด้วยกันเล็กๆน้อยๆเขาก็พอใจแล้ว

"ผมขอโทษจริงๆนะแจจุง~ จะให้ทำไงอ่า" ร่างสูงสวมกอดคนตัวบางจากด้านหลังพร้อมกับเอาหัวซุกแผ่นหลังบางสูดดมความหอมจากเจ้าของแผ่นหลังไปด้วย กิริยาการง้อของคนข้างหลังทำให้ริมฝีปากอิ่มยกยิ้มเขิน

"ไม่รู้ เรื่องของนาย" ยังคงแกล้งคนตัวโตด้วยความสนุก

"งั้น...ไถ่โทษด้วยการพาไปทะเลดีไหม" ประโยคเด็ดจากปากร่างสูงทำเอาคนแกล้งโกรธรีบหันตัวกลับมาพร้อมกับสีหน้าตื่นเต้นสุดชีวิต ทะเลกับแจจุงเนี่ยอย่าให้ได้ยินเลยทีเดียว พูดแล้วไม่พาไปจะได้โดนโกรธของจริงแน่นอน

"จะพาไปจริงเหรอ! ไปๆๆ ชางมินโกหกรึเปล่า" ร่างสูงที่เห็นอาการคนชอบทะเลอดหัวเราะออกมาไม่ได้ มือหนาขยี้ผมนุ่มของคนตัวบางอย่างเอ็นดูก่อนจะขโมยหอมแก้มใสไปหนึ่งฟอด

"ผมไม่โกหกแจจุงหรอกน่า พอดีลูกค้าผมเขาจะจัดงานหมั้นที่ทะเล ถ้าแจจุงไปด้วยผมก็ถือว่าได้เที่ยวไปในตัว" ร่างบางยิ้มกว้างอย่างดีใจเมื่อรู้ว่าจะได้ไปทะเลจริงๆ ก่อนจะสวมกอดร่างสูงตรงหน้าพร้อมกับเขย่งเท้าขึ้นไปจุ๊ฟปากคนตัวโตเป็นรางวัล

"รักชางมินที่สุดเลย!"

"ผมก็รักแจจุงมากๆเลยครับ" ประโยคบอกรักจริงจังของชางมินกับแววตามั่นคงนั้นทำให้แจจุงชะงัก ริมฝีปากอิ่มหุบยิ้มอย่างไม่มีสาเหตุ เขาควรจะชื่นใจมากเลยไม่ใช่เหรอที่ได้ยินคนรักพูดแบบนั้น แต่ทำไมทุกครั้งที่เห็นสายตาจริงใจของชางมิน เขาถึงไม่รู้สึกชอบมันเลย ทั้งๆที่เขาก็รักร่างสูงตรงหน้ามากๆไม่ใช่เหรอ...

"เป็นอะไรไปแจจุง" เสียงชางมินเรียกสติของร่างบางให้กลับคืน ตาหวานหลุกหลิกก่อนจะแสร้งปั้นหน้าให้กลับมาเป็นปกติ

"หรือถ้าแจจุงไม่อยากไปก็ไม่เป็นไรนะ ผมไปทำงานอย่างเดียวก็ได้"

"จะบ้าเหรอ อยากไปสิ อีกอย่างถ้าชางมินไปทำงานที่ทะเล แจจุงก็ต้องนอนคนเดียวตั้งหลายคืน เรื่องอะไรล่ะ" ชางมินยิ้มน้อยๆก่อนจะขยี้ผมนุ่มของคนตัวบางอีกครั้ง แต่ภายในใจกลับรู้สึกสังหรแปลกๆยังไงก็ไม่รู้สินะ...

"แล้วจะไปเมื่อไหร่" เสียงหวานเอ่ยถามระคนตื่นเต้น

"มรืนนี้จ้าที่รัก" ชางมินเอ่ยทะเล้นพลางปลดกระดุมเสื้อคลายความร้อนก่อนจะนั่งลงบนโต๊ะที่มีอาหารหลากหลายสีสันวางเรียงรายกันอยู่ ตาคมจ้องอาหารอันโอชะเบื้องหน้าพร้อมกับนึกไปด้วยว่าจะกินอะไรก่อนดี

"ทำไมเร็วจังอ่ะ" ร่างบางนั่งลงบ้างพลางคว้าช้อนซ้อมขึ้นมาตักอาหารบริการให้คนรัก

"ผมต้องไปจัดเตรียมสถานที่ก่อนถึงวันงานจริงนิครับ"

"ดีจัง งั้นฉันจะจัดกระเป๋าตั้งแต่วันนี้เลย!" ชางมินหัวเราะเบาๆกับท่าทางตื่นเต้นของคนตรงหน้า ถ้าซักวันเขากับแจจุงได้มีโอกาสหมั้นหรือแต่งงานกันบ้างล่ะก็...เขาคงจะมีความสุขที่สุด และก็อยากเห็นรอยยิ้มสดใสแบบนี้ของแจจุงในวันนั้นเช่นกัน...

#3
yumika

    Newbie

  • Members
  • Pip
  • 8 posts
--- Part 2 "ไม่เจอกันนาน...เปลี่ยนไปเยอะเลยนะ" ---


ร่างบางตื่นแต่เช้าเพราะตื่นเต้นที่จะได้ไปทะเล เป็นผลให้ชางมินต้องจำใจยอมตื่นขึ้นมาด้วย กลิ่นสบู่และยาสระผมที่ลอยมาเตะจมูกทำให้ชางมินตาสว่างได้ ที่ขอบเตียงมีร่างบางที่กำลังอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำพร้อมกับผมเปียกหมาดๆ

"ไปอาบน้ำสิชางมิน ฉันอาบเสร็จแล้วนะ" ว่าไปพลางก้มหยิบไดร์เป่าผมด้วยท่าทางร่าเริงเป็นพิเศษ

"ขอกอดคนตัวหอมๆก่อนไม่ได้เหรอ" ว่าแล้วก็ขยับเข้าหาคนตัวบาง มือหนาเอื้อมไปหวังจะสวมกอดเอวคอดแต่กลับถูกเจ้าของร่างเบรกเสียก่อน

"ไม่ได้ ไม่ต้องเอาน้ำลายบูดมาป้ายฉันเลยนะชางมิน" พูดหยอกคนรักพร้อมกับเอาไดร์จ่อหัวขู่ว่าถ้าเข้ามาใกล้อีกนิดล่ะก็...

"ก็ได้ๆ ไปก็ได้คร้าบบบบบ อาบน้ำเสร็จแล้วจะรีบออกมาฟัดให้สะใจไปเลย" ว่าจบก็รีบลุกไปอาบน้ำทันที แจจุงมองตามยิ้มๆ ก่อนจะหยิบไดร์มาเป่าผมให้ตัวเองต่อ แวบหนึ่งในสมองปรากฎภาพของอดีตคนรักที่กำลังเช็ดผมให้เขาพร้อมกับลวนลามเขาสารพัดเท่าที่จะทำได้ ริมฝีปากอิ่มยกยิ้มเขินโดยไม่รู้ตัว ช่วงเวลาเหล่านั้นทำให้เขามีความสุขมากขนาดไหนกันนะ...ถึงทำให้เขาไม่สามารถลืมมันได้ ลมหายใจเฮือกใหญ่ถูกพ่นออกจากปากแดงพร้อมกับตากลมที่ปิดลงด้วยความเหนื่อยอ่อน

"เมื่อไหร่จะเลิกคิดถึงนายได้ซักทีชองยุนโฮ" ร่างบางพูดเบาๆกับตัวเองในกระจก ตลอดสี่ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะทำอะไรภาพของยุนโฮมักจะโผล่มาให้เห็นเสมอ ทั้งๆที่พยายามลืมแต่ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ความคิดถึงก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น...แต่จะทำยังไง ก็เขาไม่ใช่เหรอที่เป็นคนเลือกเอง...

.
.
.

ตาหวานทอดมองออกไปยังชายหาดด้านนอก น้ำทะเลสีฟ้าสดใสราวกับสามารถชะล้างความทุกข์ของมนุษย์ได้ แจจุงยกยิ้มบางๆให้กับท้องทะเลก่อนจะหันไปหาคนรักที่กำลังเอาของออกจากกระเป๋าเดินทาง

"ชางมิน ออกไปที่ทะเลกันเถอะ" ร่างสูงเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียงสดใส นึกขำคนที่เอาแต่จ้องทะเลตั้งแต่มาถึง สงสัยอีกหน่อยต้องปลูกบ้านให้อยู่ข้างชายหาดแล้วละมั้งเนี่ย

"แดดมันร้อนนะแจจุง ไว้เย็นๆค่อยออกดีไหม"

"ไม่เอาอ่าาาาา ฉันอยากเหยียบทรายจะแย่อยู่แล้วนะชางมินนนนน" ร่างบางทิ้งตัวลงบนเตียงพลางทำท่าดิ้นไปดิ้นมาเหมือนเด็กๆ ก่อนที่มือบางจะคว้าแขนเสื้อคนรักแล้วกระชากเบาๆเป็นเชิงอ้อน ชางมินหัวเราะเบาๆกับอาการของคนรัก

"งั้นก็มาช่วยกันจัดของแล้วจะได้รีบออกไปเดินเล่นกัน ดีไหมครับที่รัก"

"โอเค!!!" ร่างบางยิ้มกว้างตาหยี รีบลุกจากเตียงลงมาช่วยชางมินจัดเสื้อผ้าเข้าตู้อย่างขมักเขม้น ตาคมเหลือบมองเสื้อสีขาวตัวบางเฉียบที่แจจุงหยิบออกมาจากกระเป๋า แต่ละตัวที่พกมาเนี่ยไม่ค่อยจะโชว์เนื้อเลยซักนิ๊ดดดดดด ไหนจะไอ้กางเกงขาสั้นกุดนั่นอีก! ว่าแล้วก็เลื่อนสายตาลงมามองขาขาวที่โผล่พ้นกางเกงยีนส์ขาสั้นที่เจ้าตัวกำลังใส่อยู่ ขาขาวๆแบบนี้ถ้าผู้ชายคนอื่นเห็นเข้ามีหวังโดนลากเอาไปกินใต้ทะเลแน่นอน!

"ชางมิน เป็นไรเหรอ" ตากลมกระพริบปริบๆแสดงอาการสงสัยอย่างเห็นได้ชัด เป็นใครจะไม่งง อยู่ๆก็จ้องขาเขาตาเป็นมันแถมยังทำหน้าทำตาเหมือนกำลังคิดอะไรแปลกๆ

"อะ...เอ่อ..." เห็นอาการอึกอักของร่างสูงตาหวานก็หันมาดูเสื้อผ้าชิ้นต่างๆที่เจ้าตัวเป็นคนจัดมาเองบ้าง ก่อนจะยกยิ้มขันพลางหันกลับไปมองหน้าชางมินอย่างล้อเลียน

"หรือว่า...นายไม่อยากให้ฉันใส่เสื้อผ้าพวกนี้"

"ก็...หุ่นนายมันน่า..."

"น่าอะไร?" ไม่ทันที่ชางมินจะพูดจบเสียงหวานก็ดังขัดเหมือนจะรู้ทันความคิดของเขา นั่นทำให้ชางมินหน้าแดงแจ๋ขึ้นมาทันที

"แจจุงอา~ ผมก็หวงแจจุงของผมเหมือนกันนะ" ร่างบางหัวเราะก๊ากทันทีที่ได้ยินแบบนั้น ซึ่งก็ตรงกับสิ่งที่เขาคิดอยู่แล้ว จริงๆก็อยากมีมารยาทที่จะไม่ขำอะนะ แต่มันอดไม่ได้~~~

.
.
.

ร่างบางชโงกมองภาพสเก็ตบนกระดาษร้อยปอนด์ที่ชางมินถือพลางชี้มือชี้ไม้พูดคุยกับคนจัดสถานที่ ตั้งแต่จัดของเสร็จเขาก็ตั้งใจว่าจะเดินเล่นที่ชายหาดกับชางมิน แต่พอออกมาจากที่พักได้เท่านั้นร่างสูงก็เอาแต่สนใจงาน ไม่เห็นจะได้เดินเล่นเลยสักนิด

"ชางมิน~ เมื่อไหร่จะเสร็จอ่ะ ฉันอยากไปเดินแล้วนะ นี่ก็เริ่มเย็นแล้วด้วย" ชางมินหันมามองคนรักที่เริ่มออกอาการงอแง หน้าสวยบูดบึ้งใกล้จะงอลเขาเต็มที

"อีกนิดนะแจจุง อย่าเพิ่งงอลผมนะ~"

"ถ้าอีกนานฉันจะกลับห้องพักแล้ว เบื่อ" ร่างบางแสดงอาการเอาแต่ใจออกมาก่อนจะถอนหายใจฮึดฮัดเป็นการบังคับร่างสูงกลายๆว่าต้องรีบพาเขาไปเดินเล่นภายในอีกไม่กี่นาที

"ถ้างั้น...แจจุงก็ไปเดินเล่นคนเดียวก่อนได้ไหม พรุ่งนี้ลูกค้าจะมาดูสถานที่แล้วยังไงงานก็ต้องคืบหน้าบ้าง" เหตุผลของร่างสูงไม่ได้ทำให้คนเอาแต่ใจยอมรับเลยแม้แต่น้อย กลับทำให้ร่างบางไม่พอใจหนักเข้าไปอีก

"ก็ได้ ถ้าเสร็จแล้วโทรมาละกัน" กล่าวเสียงห้วนก่อนจะเดินออกจากบริเวณจัดงาน ชางมินได้แต่มองตามไปอย่างเป็นห่วงแต่หน้าที่ของเขาตอนนี้ก็ไม่สามารถละได้เช่นกัน



ร่างบางเดินเอื่อยๆบนหาดทรายสีน้ำตาลเข้มปล่อยให้คลื่นบางๆซัดเข้าหาเท้าขาวครั้งแล้วครั้งเล่า นิ้วเท้าเล็กเขี่ยเศษเปลือกหอยที่ปนเปอยู่กับทรายเล่นก่อนที่ริมฝีปากอิ่มจะยิ้มบางราวกับว่ามันสนุกนัก ร่างบางค่อยๆนั่งยองลงกับพื้นทราย ใช้นิ้วมือขีดเขียนเป็นกากบาทไร้ความหมาย ก่อนจะเขียนเป็นรูปตัวอักษร Y ลงไปโดยไม่รู้ตัว ปากอิ่มหุบยิ้มทันทีที่รู้ตัวว่ากำลังคิดไปไกลถึงใครบางคนอีกครั้ง ตากลมจ้องมองตัวอักษรที่ตัวเองเป็นคนสร้างขึ้น ไม่นานตัวอักษรนั้นก็ถูกคลื่นซัดหายไปในพริบตา...ก็คงเหมือนนายสินะ ยุนโฮ...เหมือนนาย...ที่หายไปจากชีวิตฉันแล้ว...

"อ๊ะ! โทรศัพท์ฉัน!!! โถ่เอ้ย!" เสียงโหวกเหวกดังมาจากด้านข้าง เรียกให้ตากลมหันไปมองทันที ผู้ชายตัวเล็กๆผมสีน้ำตาลอ่อนทำท่าหัวเสียอย่างถึงที่สุดพร้อมกับคว้าโทรศัพท์เครื่องจิ๋วขึ้นมาจากน้ำทะเล แจจุงที่เห็นเหตุการณ์ค่อยๆลุกขึ้นก่อนจะเดินไปดูผู้ประสบเคราะห์ร้าย

"ให้ตายสิ ไม่ติดแล้วอ่า~ ทำไงดีๆ" ร่างเล็กบ่นกับตัวเองพลางทำท่าเหมือนร้องไห้

"มีอะไรให้ช่วยมั้ยครับ" เสียงหวานเอ่ยอย่างสุภาพเรียกให้คนตัวเล็กหันมามองอย่างหงอยๆ

"เอ่อ...ขอบคุณมากนะแต่ว่า...คงช่วยไม่ทันแล้วล่ะ" ว่าพลางมองโทรศัพท์เครื่องน้อยในมือ นิ้วป้อมพยายามกดเปิดเครื่องแต่ก็มีเพียงจอสีดำมืดสนิท ไม่สามารถเปิดเครื่องได้...

"ผมขอยืมโทรศัพท์คุณได้ไหมฮะ" ร่างบางกรอกตาไปมาแต่ก็ยอมล้วงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงให้ร่างเล็ก ใบหน้าน่ารักยิ้มหวานเป็นการขอบคุณก่อนจะรับโทรศัพท์จากมือเรียวแล้วรีบกดเบอร์ที่ตัวเองจำได้แม่น แจจุงทำเพียงท้าวเอวมองคนน่ารักที่กำลังใช้โทรศัพท์ของเขาและหวังว่าจะไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นอีก

"ยุนโฮ! ฉันเองนะจุนซู" ชื่อที่ถูกเรียกออกมาจากปากคนตัวเล็กทำให้แจจุงถึงกับตวัดหางตาไปมอง ก้อนเนื้อในอกเต้นโครมครามอย่างไร้สาเหตุพลางบอกกับตัวเองในใจว่าไม่ใช่อย่างที่เขาคิด ก็แค่เรื่องบังเอิญเท่านั้น

"โทรศัพท์ฉันตกน้ำน่ะยุนโฮ นายอยู่ไหน...งั้นเดี๋ยวฉันไป" ไม่นานร่างเล็กก็ส่งโทรศัพท์คืนให้เจ้าของพร้อมรอยยิ้มน่ารักอย่างที่ใครเห็นเป็นต้องหลงรัก แต่สำหรับคิมแจจุง...มันบอกไม่ถูก เหมือนวูบหนึ่งที่เขารู้สึกว่าคนคนนี้คือศัตรูอย่างไร้เหตุผล เขาบ้าหรือเปล่านะ

"ขอบคุณมากนะ ฉันชื่อจุนซู ยินดีที่ได้รู้จัก" รอยยิ้มจริงใจถูกส่งมาให้ร่างบาง ริมฝีปากอิ่มยิ้มรับ

"ฉันชื่อแจจุง"

"ไว้เจอกันนะ ฉันต้องไปก่อน" เจ้าของรอยยิ้มสดใสรีบวิ่งกลับไปทันทีหลังจากที่พูดจบ ตาหวานมองตามแผ่นหลังเล็กที่ไกลออกไป แปลกนะ...ที่เขากลับไม่อยากเจอคนตัวเล็กนั่นอีก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะไม่ถูกชะตาหรือเพราะกลัวอะไรกันแน่...เสียงโทรศัพท์เรียกสติร่างบางกลับมา ตาหวานมองชื่อคนรักบนจอทัชสกรีนก่อนจะกรอกตาไปมาพลางถอนหายใจเบาๆ

"เสร็จงานแล้วรึไง" น้ำเสียงประชดประชันพ่นออกจากปากอิ่มทันทีที่รับสาย

'แจจุงยังโกรธผมอยู่เหรอ เย็นมากแล้วเราไปหาอะไรกินกันเถอะนะ' น้ำเสียงออดอ้อนกึ่งง้อจากชางมินไม่ได้ทำให้หน้าหวานดูดีขึ้น หากแต่กลับทำให้ยิ่งแย่กว่าเก่าเสียอย่างนั้น

"เอาของกินมาล่อเหรอ"

'เปล่าน้า~ ผมเป็นห่วงแจจุงต่างหาก'

เถียงกันทางโทรศัพท์อยู่นานสุดท้ายแจจุงก็ต้องยอมยุติการงอลชั่วคราวเนื่องจากเสียงท้องที่ร้องดังจนคนในสายแทบได้ยิน คนขี้งอลจึงยอมไปกินข้าวกับชางมินแต่โดยดี

"ถ้ามีแบบนี้ให้กินทุกวันชีวิตนี้ฉันจะไม่ขออะไรอีกแล้ว~" ตาหวานมองจานอาหารทะเลบนโต๊ะพร้อมกับพูดจาเพ้อๆให้ชางมินหัวเราะร่วนก่อนจะบริการตักกุ้งตัวใหญ่มาวางในจานของคนสวยอย่างเอาใจ

"สงสัยอนาคตต้องปลูกบ้านอยู่ชายทะเลจริงๆแล้วละมั้ง" พูดไปหัวเราะไป

"ฉันเอาจริงนะชางมิน"

"กินทุกวันจะไม่เบื่อแย่เหรอ อ๊ะ! คุณยุนโฮ!" ร่างบางที่กำลังก้มหน้าก้มตาหั่นกุ้งตัวโตถึงกับเสียวสันหลังวาบเมื่อได้ยินชื่อต้องห้ามเป็นครั้งที่สองของวัน แต่สิ่งที่ทำให้ร่างบางถึงกับช็อคนั้นคือบุคคลที่ยืนอยู่ตรงหน้า...ชองยุนโฮ!

"อ้าว คุณแจจุง บังเอิญอีกแล้วนะฮะ" เสียงใสของจุนซู ผู้ที่ยืนข้างยุนโฮเอ่ยทัก ในขณะที่แจจุงเอาแต่จ้องหน้ายุนโฮนิ่งๆ ซึ่งก็ไม่ได้ต่างไปจากยุนโฮที่จ้องร่างบางอยู่อย่างนั้น ตาคมแสดงความรู้สึกมากมาย แต่ความรู้สึกเหล่านั้นแจจุงไม่สามารถตอบได้ว่ายุนโฮกำลังคิดถึงหรือกำลังตัดพ้อต่อว่าเขากันแน่

"แจจุง...เป็นไรรึเปล่า" เสียงทุ้มเรียกสติร่างบางกลับมา รวมถึงร่างสูงที่ยืนข้างจุนซูก็ได้สติเช่นกัน

"เปล่า" มีเพียงเสียงเบาๆที่ตอบกลับ ตาหวานหลุบต่ำราวกับว่าไม่อยากสบตาคมคู่นั้นอีกต่อไป

"คุณยุนโฮมาถึงนานแล้วเหรอครับ ผมคิดว่าจะมาพรุ่งนี้" ชางมินหันไปชวนร่างสูงคุยเพื่อแก้ไขบรรยากาศแปลกๆที่จุนซูเองก็ไม่เข้าใจว่าเกิดจากอะไร

"ผมถือโอกาสมาพักผ่อนด้วยน่ะครับ"

"ฮ่ะๆๆ อย่างนั้นก็ดีนะครับ ถ้าไม่รังเกียจก็เชิญนั่งก่อน" ชางมินกล่าวชวนเป็นมารยาท ซึ่งอีกฝ่ายก็คงไม่กล้าปฏิเสธให้เสียมารยาทเช่นกัน นั่นทำให้แจจุงยิ่งรู้สึกอึดอัดและทำตัวไม่ถูก เขาอยากจะวางช้อนซะตอนนี้แล้วรีบวิ่งกลับที่พักไปสงบสติอารมณ์ที่กำลังฟุ้งซ่านของตัวเอง แต่ตอนนี้มือทั้งสองข้างสั่นไปหมด ไม่รู้ว่าตื่นเต้นหรือเป็นอะไรกันแน่...จะทำยังไงดี แม้แต่เงยหน้ายังไม่กล้าเลย เขาไม่กล้ากระดิกตัวเลยด้วยซ้ำ


บรรยากาศบนโต๊ะอาหารดูจะแย่ลงเรื่อยๆ แม้ว่าทั้งชางมินและจุนซูจะคุยกันอย่างสนุกสนาน แต่อีกสองคนที่เอาแต่เงียบก็ไม่ยอมแตะอาหารเลยแม้แต่น้อย ตาคมของยุนโฮลอบมองใบหน้าหวานที่นั่งฝั่งตรงข้ามเป็นระยะก่อนจะเสมองไปยังท้องทะเลด้านนอกดังเดิม

"เอ่อ...ขอตัวสักครู่นะครับ" เสียงทุ้มของยุนโฮทำให้บทสนทนาของชางมินและจุนซูหยุดชะงัก ตาหวานเหลือบมองร่างสูงที่เดินห่างออกไปก่อนจะแอบถอนหายใจเบาๆ

"คุณแจจุงเป็นอะไรไปรึเปล่าฮะ เหมือนคุณจะจำผมไม่ได้..."

"เปล่าครับ ผมแค่...เวียนหัวนิดหน่อย" พูดไปอย่างนั้นแต่ตากลมกลับไม่จ้องหน้าจุนซู จากที่เคยรู้สึกไม่ถูกชะตากับคนตัวเล็กนี่ ตอนนี้อาจจะเรียกว่าเกลียดเลยก็ได้...ไม่รู้สินะ รู้แค่ว่าจุนซูเป็นว่าที่คู่หมั้นของแฟนเก่าเขาเท่านั้นเอง

"เป็นไรมากไหมแจจุง ไหวรึเปล่า" คำโกหกที่ทำให้ชางมินเป็นห่วง...

"ไม่เป็นไร ฉัน...กลับห้องก่อนนะ" มือบางที่สั่นน้อยๆรีบวางช้อนซ้อมก่อนจะลุกขึ้นยืน แต่อาการลนลานกลับทำให้ถ้วยน้ำจิ้มซีฟู๊ดหกใส่ชายเสื้อตัวเองเต็มๆ

"แจจุง! เป็นอะไรไป" ชางมินรีบหยิบกระดาษทิชชู่มาซับให้ร่างบางที่ดูจะหน้าซีดแปลกๆ

"มะ...ไม่เป็นไร ฉันเช็ดเอง" ร่างบางพูดก่อนจะรับกระดาษทิชชู่จากมือชางมินมาถือไว้แล้วค่อยๆเดินไปห้องน้ำท่ามกลางความมึนงงของจูนซู

"คุณแจจุงเขาไม่สบายเหรอฮะ" จุนซูเอ่ยถามหลังจากที่แจจุงเดินลับไปแล้ว

"คงนอนน้อยน่ะครับ"

"เอ่อ...คุณชางมินกับคุณแจจุง...เป็นแฟนกันรึเปล่าฮะ" ร่างเล็กอ้ำอึ้งถามอย่างเกรงใจ แต่ก็ทำเอาชางมินเขินหน้าแดงพร้อมกับพยักหน้าตอบ

"ว่าแต่...คุณจุนซูรู้จักแจจุงมาก่อนเหรอครับ"

"ฮ่ะๆๆ เปล่าฮะ เราเจอกันเมื่อเย็น พอดีผมทำโทรศัพท์ตกน้ำ อะฮ่าๆๆ" ร่างเล็กหัวเราะเสียงดังเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ป้ำเป๋อของตัวเอง

"ฮ่าๆๆๆ"

.
.
.

ทางด้านของร่างบางที่เดินมาถึงห้องน้ำกลับต้องหยุดชะงักเมื่อพบว่ายุนโฮกำลังนั่งบนอ่างล้างหน้าพร้อมกับปล่อยควันสีขาวออกจากปากอย่างใจเย็น ตาคมหันมามองร่างบางนิ่งๆ ทำให้ร่างบางรีบหลบตาก่อนจะทำใจกล้าเดินเข้าไปเปิดน้ำเพื่อล้างคราบน้ำจิ้มรสจัดที่ปลายเสื้อ

"ไม่เจอกันนาน..." เสียงทุ้มที่ดังขึ้นทำเอาคนขวัญอ่อนสะดุ้ง มือขาวที่เลิกชายเสื้อขึ้นมาล้างบนอ่างหยุดชะงัก

"เปลี่ยนไปเยอะเลยนะ" ตาหวานเหลือบมองร่างสูงผ่านกระจก...ใบหน้าคมที่เขาคิดว่าหล่อขึ้น แต่กลับหม่นหมองในเวลานี้...คงเกลียดเขามากสินะ...มีเพียงลมหายใจหนักๆที่ถูกพ่นออกจากปากอิ่มแทนคำตอบ ก็ไม่รู้จะพูดอะไร...

ร่างบางได้แต่ยืนนิ่งๆ มือขาวเท้ากับขอบอ่างล้างหน้าเป็นเวลานานพอสมควรก่อนที่ปากอิ่มจะพ่นลมออกมาอีกครั้งพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมามองร่างสูงที่กำลังใช้ปลายเท้าขยี้ก้นบุหรี่ให้มอดดับ

"นาย...จะหมั้นกับจุนซูเหรอ" เป็นคำถามที่เอ่ยออกมาอย่างยากลำบากแต่กลับทำให้หน้าคมหันมาจ้องตากลมในทันที ตาคมแสดงความสงสัยและไม่เข้าใจก่อนจะเป็นฝ่ายหลบตาหวานเสียเอง

"ทำไม...ไม่ได้เหรอ" เสียงเย็นๆที่ตอบกลับมาไม่ได้ทำให้ร่างบางรู้สึกดีสักนิด ในใจกลับสั่นไหวราวกับว่า...ผิดหวัง...

"เปล่า...สิทธิ์ของนาย" เงียบไปชั่วอึดใจก่อนจะตอบ ตาคมมองคนตัวบางผ่านกระจก มันเป็นสิทธิ์ของเขา...แต่ทำไมเขากลับเจ็บแปลบไปหมดเมื่อได้ยินคำพูดแบบนั้น วูบหนึ่งที่คิดอยากเปลี่ยนใจไม่หมั้นกับจุนซู แต่เพื่ออะไร...เพียงเพราะได้พบแจจุงน่ะเหรอ...

"ฉัน...ไปนะ" ร่างบางหันหลังให้ยุนโฮทันทีที่พูดจบ ยุนโฮมองตามแผ่นหลังบางแต่ในใจกลับย้ำซ้ำไปซ้ำมาว่าอย่าหวั่นไหว เพียงแค่กลับไปหาจุนซู ทุกอย่างจะเหมือนเดิม ใจของเขาจะกลับไปอยู่ที่จุนซูเหมือนเดิม...

#4
yumika

    Newbie

  • Members
  • Pip
  • 8 posts
--- Part 3 "ฉัน...ฉันรักนาย..." ---

ร่างบางนอนเอนหลังบนเตียงห้าฟุต ตากลมจ้องมองที่กำแพงสีขาวหากแต่สมองกลับมีเพียงภาพของบุคคลที่ได้คุยกันในห้องน้ำเมื่อตอนหัวค่ำ ภาพที่ร่างสูงนั่งบนขอบอ่างด้วยท่าทางสบาย สูบบุหรี่เหมือนเป็นการผ่อนคลายอะไรสักอย่าง แต่สีหน้ากลับไม่ผ่อนคลายเหมือนท่าทางเลยสักนิด...แล้วก็จุนซู...คนที่ไม่เคยทำอะไรให้เขาโกรธ...แต่แค่รู้ว่าผู้ชายน่ารักคนนั้นคือว่าที่คู่หมั้นของยุนโฮ เขาก็เกลียดจนแทบไม่อยากมองหน้า ลมหายใจอุ่นๆถูกพ่นออกจากปากอิ่มเป็นรอบที่นับไม่ถ้วนของวัน เปลือกตาบางปิดลงช้าๆ เป็นบ้าอะไร...กำลังคิดอะไรอยู่แจจุง...เสียสติหรือไง...คิดวกวนไปมาก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้งแล้วมองไปที่ประตูห้องน้ำราวกับเป็นตัวแทนของคนที่อยู่ด้านใน...คนนี้ต่างหากคือเรื่องจริงในตอนนี้ แต่จนแล้วจนรอดก็ปฏิเสธตัวเองไม่ได้ว่าคนที่เขาคิดถึงและต้องการ...ไม่ใช่ชางมิน...แล้วจะทำยังไงดี ยุนโฮหรือชางมิน...ยุนโฮ...ชางมิน...ยุนโฮ...ชางมิน...ยุนโฮ...ชางมิน!

"โอ๊ยยย...ทำไงดี..." บ่นกับตัวเองอย่างจนปัญญา ตาหวานกรอกไปมาอย่างเบื่อหน่าย

"เมื่อกี้พูดอะไรรึเปล่าแจจุง" เพราะมัวแต่คิดไร้สาระในหัวจนไม่ได้ยินเสียงประตูห้องน้ำที่เพิ่งเปิด ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันไปยิ้มบางๆให้ชางมินเป็นการกลบเกลื่อน

"ก็บ่นไปเรื่อยอ่ะ ไม่มีอะไรหรอก" พูดปด...

"ว่าแต่คนป่วยหายดีแล้วเหรอครับ" ไม่ได้นึกสงสัยพฤติกรรมแปลกของร่างบาง ชางมินว่าพร้อมกับเอื้อมมือมาแตะที่หน้าผากขาว

"อื้อ! ตัวก็ไม่ร้อนนะ แต่ผมว่าแจจุงกินยาสักเม็ดดีไหม"

"ไม่เอาาาาา~ หายแล้วไม่ต้องกินก็ได้" อาการงอแงเหมือนเด็กทำให้ชางมินขำ มือหนาขยี้หัวทุยจนผมยุ่งก่อนจะนั่งลงข้างๆร่างบางพร้อมกับเช็ดผมเปียกๆของตัวเองไปด้วย

"แจจุง...แจจุง!"

"หะ...ห้ะ! อะไรชางมิน" มือหนาสะกิดเรียกร่างบางที่ดูเหมือนจะคิดอะไรอยู่ตลอดเวลา ขนาดเขาเรียกตั้งนานก็ยังไม่ได้ยิน

"เป็นอะไรรึเปล่า ผมว่าแจจุงดูเหม่อๆนะ ยังปวดหัวอยู่เหรอ" มือหนาเอื้มไปแตะหน้าผากคน(แกล้ง)ป่วยอีกครั้งด้วยความเป็นห่วง ตากลมหลุบต่ำไม่กล้าสบตาชางมิน เห้อ...อย่าทำตัวเป็นคนสองใจได้ไหมแจจุง นายไม่ได้มีตัวเลือกสักหน่อย! ถึงจะเลือกยุนโฮแล้วยังไงต่อ? เขากำลังจะหมั้นกับจุนซู แล้วนายก็เหลือแค่ชางมินอยู่ดี เหอะๆ...คิดอย่างคนเห็นแก่ตัวสินะ

"ชางมิน...ฉัน...รักนายนะ" ชางมินนิ่งไปเล็กน้อยเพราะอึ้งกับอารมณ์แปรปรวนของคนตัวบางบวกกับเขินที่อยู่ๆคนสวยก็บอกรักเขาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ผิดกับอีกคนที่กลับไม่ได้รู้สึกอะไรอย่างที่ปากพูดออกไปเลยสักนิด ตาหวานหลุบลงอีกครั้งด้วยความไม่เข้าใจ ทั้งๆที่เขาคิดมาตลอดว่าเขารักชางมินไม่น้อยไปกว่าที่ชางมินรักเขา แต่ทำไมวันนี้เขาถึงรู้สึกว่าคำพูดของตัวเองมันคือคำโกหก...

"ผมก็รักแจจุงเหมือนกัน" ร่างสูงรวบคนตัวบางเข้ามาซบในอ้อมกอดที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น อยากส่งผ่านความรู้สึกทุกอย่างให้ร่างบางรู้ ว่าเขารักและห่วงคนคนนี้มากแค่ไหน และเขาจะไม่มีวันทิ้งร่างบางไปอย่างเด็ดขาด

.
.
.

"ยุนโฮ นาย...โกรธอะไรฉันรึเปล่าน่ะ" จุนซูเอ่ยเสียงหงอย ตั้งแต่กลับมาจากร้านอาหารยุนโฮก็เอาแต่เงียบ แถมยังดูท่าทางหงุดหงิดๆไม่รู้ว่าเขาเผลอไปทำอะไรให้ไม่พอใจเข้าหรือเปล่า

"เอ่อ...เปล่า คิดมากน่า" ร่างสูงที่เพิ่งจะรู้ตัวว่าไม่ได้สนใจคนตัวเล็กเลยตั้งแต่เจอแจจุงที่ร้านอาหารถึงกับต้องไล่ความคิดในหัวทั้งหมดเพื่อหันมาสนใจจุนซูก่อนที่คนตัวเล็กจะเข้าใจเขาผิด

"ก็นายไม่พูดกับฉันเลยอ่ะยุนโฮ หรือว่านายไม่พอใจที่ฉันคุยกับชางมินมากเกินไป?" ร่างสูงนิ่งอึ้ง พูดถึงชางมินเขาก็นึกถึงแจจุงขึ้นมาอีก

"นี่...ยุนโฮ เรากำลังจะหมั้นกันอยู่แล้วนะ ฉันไม่มีทางนอกใจนายหรอก อีกอย่างชางมินเขาเป็นแฟนคุณแจจุงด้วย เขาไม่กล้าคิดอะไรกับฉันหรอก" เสียงที่สั่นน้อยๆแสดงให้รู้ว่าร่างเล็กกำลังจะร้องไห้

"อ่อ...อืม เข้าใจแล้ว..." มือหนาลูบไล้หัวกลมเบาๆเป็นการปลอบโยน นิ้วยาวเกลี่ยหยดน้ำตาที่ไหลลงมาเปื้อนแก้มใส ถึงจะแอบรู้สึกหวั่นไหวกับแจจุงยังไง แต่เขาก็มั่นใจในจุนซูมากกว่า คนที่เคยทำให้เขาเจ็บปวดมาแล้วเขาก็ไม่ควรจะเข้าไปยุ่งอีก...

"ขอโทษนะจุนซู..." ขอโทษที่หวั่นไหว...ฉันจะไม่ทำให้นายต้องร้องไห้เพราะฉันอีก...



แดดแรงๆในยามบ่ายสร้างความรู้สึกหงุดหงิดให้ร่างบางไม่น้อย แต่สิ่งที่น่าหงุดหงิดและขัดใจมากกว่าเห็นจะเป็นเจ้าของงานหมั้นที่ไม่ได้แค่มาดูงานแต่เหมือนจะมาจู๋จี๋กันด้วยนี่สิ ตาหวานเสมองไปทางชางมินที่กำลังทำงานกับคนจัดพุ่มดอกไม้อย่างขยันขันแข็งก่อนจะหันมายิ้มให้ร่างบาง ปากอิ่มยิ้มบางตอบ เมื่อเห็นว่าชางมินหันกลับไปทำงานต่อก็เหลือบมองยุนโฮที่ทำหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดถือร่มกันแดดให้จุนซูอย่างเอาอกเอาใจ

"แหวะ!" แอบแขวะเข้าให้ด้วยความหมั่นไส้ก่อนจะดึงฮู้ดของตัวเองมาบังแดดด้วยความหงุดหงิด

"คุณแจจุง! คุณแจจุงฮะ!" เสียงตะโกนเรียกไม่ใกล้ไม่ไกลเดาได้ไม่ยากว่าจุนซูกำลังเรียกเขาอยู่ ตาหวานภายใต้แว่นสีดำสนิทมองไปยังจุนซูที่ยังคงมีบอดี้การ์ดส่วนตัวคอยประคบประหงมเอาใจอยู่ไม่ห่าง

"ยืนกลางแดดมันร้อนนะฮะ! เข้ามายืนในร่มไหมฮะ" คิ้วบางขมวดมุ่นอย่างไม่ค่อยพอใจกับคำเชิญชวนนั้นเท่าไหร่ มือบางยกขึ้นส่งๆเป็นการบอกว่าไม่เป็นไร ยิ่งเห็นหน้านิ่งๆของยุนโฮที่มองมาแบบนั้นเขาก็ไม่อยากจะเข้าใกล้แล้ว นี่จะให้ไปยืนหลบอยู่ในร่มคันเดียวกันสามคนเนี่ยเหรอ!

"มาเถอะน่าคุณแจจุง ไม่เป็นไรหรอกฮะ นะ เดี๋ยวผิวก็ดำหมดหรอก" หน้าหวานเสไปทางอื่น ใจปฏิเสธนะ...แต่ขาก้าวไปหาเขาเรียบร้อยแล้ว โถ่! ก็พอคิดว่าจะได้ยืนใกล้ชิดกับยุนโฮมันก็อดไม่ได้นินา...ร่างบางหยุดยืนข้างยุนโฮโดยไม่ถามความเห็นใครสักคน กลายเป็นว่าตอนนี้ยุนโฮต้องยืนอยู่ตรงกลางระหว่างแจจุงกับจุนซู ซึ่งก็สร้างความอึดอัดไม่น้อยสำหรับร่างสูงที่ต้องมายืนคั่นกลางระหว่างแฟนเก่ากับว่าที่คู่หมั้น...อย่าหวั่นไหว...อย่าหวั่นไหว...อย่าหวั่นไหว...อ๊ากกกก!!! อย่าหวั่นไหวเด้! ร่างสูงทำได้เพียงหัวเสียตบตีกับตัวเองในใจ ในขณะที่แจจุงก็ขยับใกล้แขนเขาเข้ามาเรื่อยๆ ตาหวานเหลือบมองร่างสูงที่แสดงอาการลุกลี้ลุกลนออกมาอย่างเห็นได้ชัดก็เหมือนจะยิ่งชอบใจได้ทีแกล้งใหญ่ จนร่างบางถึงกับหลุดขำเบาๆ

"คุณชางมินเนี่ย เก่งจังเลยนะฮะ" แล้วจู่ๆเสียงคนที่ยืนอีกข้างของยุนโฮก็ดังขึ้นมา แจจุงชโงกหน้าผ่านร่างสูงมองจุนซู

"อะ...ครับ"

"ว่าแต่คุณแจจุงทำงานอะไรเหรอฮะ" ใบหน้าน่ารักแสดงความอยากรู้ออกมาให้เห็น

"อา...ผม...ออกจากงานมานานแล้วครับ"

"อ้าว ทำไมละฮะ มันไม่ดีเหรอ"

"ครับ ผมถูกเจ้านายลวนลามบ่อยๆ ทนไม่ไหวก็เลยออก ฮ่ะๆ" ร่างบางพูดอย่างไม่ยี่หระ แต่ทำให้ตาคมรีบเหลือบมองเอวบางพลางคิดในใจว่ามันก็ไม่แปลกหรอก!

"อย่างนั้น...คุณแจจุงก็มาทำงานกับยุนโฮสิฮะ ได้มั้ยยุนโฮ เลขานายเพิ่งลาออกไปเลี้ยงลูกไม่ใช่เหรอ" จุนซูเสนอเมื่อนึกถึงบริษัทเล็กๆของว่าที่คู่หมั้น ยุนโฮถึงกับตาโต อุตส่าห์ยืนเฉยๆแล้วยังจะหาเรื่องให้เขาปวดหัวอีกเหรอ! ก็ไหนจุนซูบอกว่าจะอาสาเป็นเลขาให้เขาเองไง!!!

"ผมว่าคุณยุนโฮคงไม่อยากให้ผมทำงานด้วยหรอกมั้งครับ..." เห็นอดีตแฟนทำหน้าพะอืดพะอมร่างบางเลยแกล้งพูดกดดัน แต่ถ้าได้เป็นเลขายุนโฮจริงๆล่ะก็! เรื่องอะไรจะปฏิเสธ...

"ว่าไงยุนโฮ" ร่างเล็กถามเร่ง

"เอ่อ...เรื่องนี้เอาไว้ค่อยคุยดีกว่านะ ผมยังคิดอะไรไม่ออก" ร่างสูงพยายามเลี่ยง การที่ต้องมาอยู่ระหว่างแฟนเก่ากับแฟนคนปัจจุบันแบบนี้มันทำให้เขารู้สึกอึดอัด บางทีถ้าไม่มีแจจุงเขาอาจจะรู้สึกดีกว่านี้ก็ได้

"ฮ่ะๆๆ เห็นมั้ยผมบอกแล้ว" ร่างบางหัวเราะแห้งๆแต่ก็ยอมรับว่าแอบผิดหวังพลางคิดชั่วๆในหัวว่าหรือจะหลอกให้จุนซูช่วย ไม่ทันจะได้พูดอะไรเสียงโทรศัพท์ของยุนโฮก็ดังขึ้นก่อน มือหนาทำท่าจะล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเพื่อหยิบโทรศัพท์แต่ก็เผลอไปสัมผัสถูกเอวบางของแจจุง มือหนาชะงักก่อนจะทำเป็นไม่สนใจ

"จุนซู เพื่อนนายโทรมา" เสียงทุ้มหันไปบอกคนตัวเล็กที่กำลังสนใจการทำงานของชางมินและคนงานคนอื่นๆ

"อ้าว ยูชอนเหรอ!" ร่างเล็กรีบคว้าโทรศัพท์จากมือร่างสูงเมื่อเห็นชื่อเพื่อนสนิทคนเดียวของเขาบนจอโทรศัพท์ ก่อนจะเดินออกไปคุยตรงอื่นทันทีโดยไม่สนใจจะบอกกล่าวเจ้าของมือถือ ปล่อยให้ยุนโฮมองตามอย่าง งงๆ

"เพื่อนหรือใคร ทำไมต้องไปคุยที่อื่น" เสียงหวานดังขึ้นข้างหูร่างสูง เมื่อหันไปก็พบว่าเจ้าของเสียงทำเป็นลอยหน้าลอยตาเหมือนจงใจจะกวนประสาทเขา ทำให้เขารู้สึกฉุนนิดๆ

"ปากไม่ดี ถนัดจังนะเรื่องใส่สีคนอื่นเนี่ย" เมื่อถูกว่าเข้าให้ตากลมจึงตวัดมองร่างสูงอย่างเคืองๆ

"กล่าวหาว่ะยุนโฮ ฉันก็แค่สงสัย"

"สงสัยของนายน่ะไม่เคยมีเรื่องดีๆเลยสักครั้ง" ร่างบางเริ่มเคืองจริงจัง จิ๊ปากให้ร่างสูงหนึ่งทีก่อนจะสบัดหน้าหนีไปอีกทาง ยุนโฮขำเบาๆกับอาการขี้งอนไม่เคยเปลี่ยนของคนข้างๆ

"คบกับชางมินตั้งแต่เมื่อไหร่" ร่างบางสะดุ้งๆเล็กน้อยเมื่อจู่ๆเสียงทุ้มก็เอ่ยถาม แถมยังเป็นคำถามที่ไม่คิดว่าจะออกมาจากปากร่างสูงอีกต่างหาก เพราะถ้าเป็นไปได้เขาเองก็ไม่อยากคุยเรื่องชางมินตอนอยู่กับยุนโฮหรอก มันเหมือนเป็นการย้ำตัวเองว่าเขามีชางมินอยู่ แต่สิ่งที่คิดจะทำตอนนี้ มันก็เท่ากับว่าเป็นการเลือกยุนโฮไปแล้วโดยไม่รู้ตัวไม่ใช่เหรอ...

"ถามทำไม"

"เปล่า..." ไม่มีใครพูดอะไรหลังจากนี้ ทั้งสองคนได้แต่ยืนเงียบๆอยู่กับความคิดของตัวเอง ตาหวานทอดมองบนพื้นทราย รู้สึกเหมือนตอนนี้เขากำลังทำตัวเป็นคนเอาแต่ใจ ที่อยากได้ยุนโฮคืนทั้งๆที่ตัวเองเป็นฝ่ายทิ้งเขา แล้วก็เห็นแก่ตัว ที่คิดอยากจะแย่งยุนโฮจากจุนซู ทั้งๆที่ตัวเองก็มีชางมิน และชางมินก็ไม่ได้ทำอะไรผิด...แล้วอย่างนั้น เขาจะหักหลังชางมินหรือไง...

"ยุนโฮ" น้ำเสียงเศร้าสร้อยเอ่ยออกมาจากปากอิ่มแผ่วเบา เสียงคลื่นลมดังกว่าแต่คนข้างๆกลับได้ยินชัดเจน ร่างสูงไม่ได้ขานรับ เพียงแต่รอฟัง

"นาย...ยังไม่หายโกรธฉันใช่ไหม..." คำถามโง่ๆที่เขาเองก็น่าจะรู้คำตอบดี หน้าหวานไม่ได้หันมาสบตาคมและยังคงจ้องพื้นทรายราวกับว่ามันน่าสนใจแต่ในหัวกลับว่างเปล่า

"หึหึ" ร่างสูงหัวเราะในลำคอพลางนึกถึงตอนที่เขาถูกร่างบางบอกเลิกเมื่อสี่ปีก่อน ตอนนั้น...เขาพยายามยื้อแทบตาย ไม่โกรธก็แปลกแล้ว แต่ตอนนี้...จะเรียกว่าหายโกรธก็คงไม่ใช่ แค่รู้สึกว่าคิดถึงมากกว่าเท่านั้นเอง...

"เห็นนายมีความสุข มีคนรักที่นาย'อยากรัก' ฉันก็สบายใจแล้วล่ะ" ตาคมหลุบต่ำกลัวคนข้างๆจะเห็นน้ำใสที่เอ่อล้นขอบตา ถึงจะพูดออกมาแบบนั้นแต่ในใจกลับรู้สึกเจ็บปวด หรือกำลังเสียใจ ที่คนที่แจจุง'อยากรัก' ไม่ใช่เขา หรืออาจเป็นเพราะกำลังคิดถึงอดีตและกำลังเสียดายที่ไม่สามารถย้อนอดีตกลับไปได้

ร่างบางค่อยๆเดินห่างร่างสูงออกไปอย่างเงียบๆโดยไม่พูดอะไรอีก คำพูดของยุนโฮมันแทงใจเขาจนรู้สึกผิดไปหมด...เข้าใจผิดแล้วยุนโฮ คนที่ฉันอยากรักคือนายต่างหาก อยากรัก...แล้วก็ยังรักมากด้วย อยากรัก...แต่ตอนนี้ไม่มีสิทธิ์ ขาเรียวพาตัวเองกลับมาที่ห้องพัก ร่างบางนอนราบลงบนเตียงด้วยความเหนื่อยล้า เปลือกตาบางปิดลงช้าๆราวกับต้องการผ่อนคลาย อุตส่าห์นอนคิดมาทั้งคืนว่าจะเอายังไงกับหัวใจตัวเอง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ข้อสรุป สิ่งที่ต้องการคือยุนโฮ แต่เงื่อนไขคือ เขามีชางมิน และยุนโฮกำลังจะหมั้นกับจุนซู เงื่อนไขแค่สองข้อนี้ก็ทำให้เขาจับต้นชนปลายไม่ถูกแล้ว เขาไม่ได้อยากทำร้ายชางมินที่ดีกับเขามาตลอด และไม่อยากเกลียดจุนซู...แต่...แต่ว่า...ทุกครั้งที่เห็นยุนโฮ เขาก็ไม่เคยห้ามตัวเองได้สักที...

.
.
.

"ยูชอน!" จุนซูกรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์ทันทีที่กดรับ

'ฉันโทรหานายไม่ติดเลยจุนซู' เสียงทุ้มหล่อดังตอบกลับ ใบหน้าน่ารักฉายแววดีใจอย่างถึงที่สุด

"ฉันทำมือถือพังน่ะ ยูชอนฉันคิดถึงนายจะแย่! ตกลงมรืนนี้นายว่างพอที่จะมางานหมั้นของฉันกับยุนโฮมั้ย" เอ่ยเจื้อยแจ้วในขณะที่ปลายสายเงียบไป

"ยูชอน! ได้ยินที่ฉันพูดมั้ย!"

'อะ...ดะ...ได้ยิน'

"ว่าไง ตกลงจะมามั้ย ฉันอยากให้นายมานะยูชอน~" คนปลายสายถึงกับกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ไม่รู้จะบอกยังไงว่าเขาไม่ได้อยากจะไปเลยสักนิด...จะให้ไปยืนมองนายกับยุนโฮรักกันน่ะเหรอ...ขอทำใจหน่อยไม่ได้หรือไง

'ก็...ถ้าว่างนะ' เสียงทุ้มตอบกลับมาทำให้จุนซูยิ้มกว้าง งานสำคัญของเขาถ้าขาดปาร์คยูชอนก็คงน่าเสียดายแย่

"ขอให้ว่างนะยูชอน ฮ่าๆๆๆๆ"

'ที่จริงรอไปงานแต่งทีเดียวไม่ได้เหรอ'

"ยูชอนอา~ อย่าพูดถึงอนาคตแบบนั้นฉันเขินนะ~" แก้มขาวแดงเรื่อขึ้นมาทันทีเมื่อนึกถึงอนาคตของเขากับยุนโฮ

'จุนซู...' ปลายสายเอ่ยเรียกหลังจากเงียบไปพักหนึ่ง

"หือ?"

'ฉัน...' เสียงทุ้มเงียบไปอึดใจ ในความคิดของยูชอนคือเขาไม่อยากให้จุนซูหมั้น แต่คนเป็นเพื่อนอย่างเขาจะมีสิทธิ์ไปยื้อเหรอ...เขาเพียงแค่อยากได้โอกาสก็เท่านั้น...โอกาสที่จะพยายามทำให้จุนซูชอบเขาบ้าง...สักนิดก็ยังดี ก่อนหน้านี้ใช่ว่าเขาจะไม่พยายาม เขาแอบชอบเพื่อนสนิทคนนี้มานานมากแล้ว ตั้งแต่ที่รู้ว่าจุนซูตัดสินใจคบกับยุนโฮเขาก็พยายามเรียกร้องความสนใจมาตลอด แต่เหมือนเวลาจะน้อยเกินไป...

"อ๊ะ! แค่นี้ก่อนนะยูชอน ยุนโฮเดินมาตามแล้ว"

'ฉันรักนาย...' เสียงปลายสายแผ่วเบาราวกับไม่ต้องการให้ใครได้ยิน แต่จุนซูที่ยังคงเอาโทรศัพท์แนบหูอยู่นั้นกลับได้ยินอย่างชัดเจน ร่างเล็กนิ่งอึ้งราวกับมีใครมากดสต๊อปไว้ ปลายสายที่เพิ่งตัดไปคงไม่รู้ว่าเขาได้ยินคำคำนั้น...ไม่ใช่ว่าเขาโง่นะ ทำไมเขาจะไม่รู้ เขารู้มาตลอดว่ายูชอนแอบชอบเขา แต่พอยูชอนพูดออกมาเข้าจริงๆแบบนี้...เขาจะทำเป็นปิดหูปิดตาได้อีกเหรอ จะให้ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น...ไม่ได้ยินน่ะเหรอ...ฉันเป็นเพื่อนนายนะ ฉันไม่อยากจะเสียเพื่อนที่ดีที่สุดไป เข้าใจบ้างมั้ยยูชอน...

---------------------------------------------

ดราม่าทุกตอนและทุกคู่ แต่งไปก็หดหู่ไป จนอยากให้มีฉากผ่อนคลายบ้างแต่ก็นะ...คอนเซ็ปของเรื่องมันมาแบบนี้จะให้ทำไง~ T_T ขอโทษด้วยนะ

ไม่ได้แต่งฟิคมาหลายปีแล้วรู้สึกฝีมือตกไปเยอะเหมือนกัน ต้องรื้อฟื้นอีกยาว 555 ถ้างั้น...เป็นยังไงช่วยติชมแนะนำหน่อยนะคะ จะได้นำไปปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น

#5
yumika

    Newbie

  • Members
  • Pip
  • 8 posts
--- Special The past Part ---


ร่างบางในชุดนักศึกษาชายพอดีตัวกับกางเกงสแลคสีดำสนิทกำลังจ้องมองการเคลื่อนไหวของชายหนุ่มร่างสูงอีกคนที่เพิ่งหอบตะกร้าผ้าขาวไปซักก่อนจะเดินกลับมาจัดชั้นวางหนังสือที่มีทั้งหนังสือเรียนและหนังสือการ์ตูนวางกระจัดกระจายไม่เป็นระเบียบ มันเป็นแบบนี้เสมอตั้งแต่เขาย้ายมาอยู่หอพักเดียวกันกับยุนโฮ ทุกๆวันหลังเลิกเรียนและกลับมาถึงห้อง ยุนโฮจะเป็นคนจัดการทำความสะอาดและดูแลความเรียบร้อยทุกอย่างในห้อง หลังจากนั้นก็จะอาบน้ำ ทำการบ้าน และนั่งทานอาหารมื้อเย็นที่เขาเป็นคนทำ ในสายตาคนอื่นอาจมองว่าเขาคงเป็นคนที่โชคดีและมีความสุขมาก แต่สำหรับแจจุงไม่...ตั้งแต่คบกันมา ปีหนึ่งจนถึงปีสี่...มันเป็นภาพเดิมๆ เป็นความรู้สึกเดิมๆ ไม่มีความตื่นเต้น ไม่มีสีสัน...เขาเบื่อที่จะอยู่กับยุนโฮ ไม่ใช่ว่ายุนโฮเป็นคนไม่ดี...ยุนโฮเป็นคนที่ดีมาก ให้เกียรติเขา รักเขา ซื่อสัตย์กับเขาทุกอย่าง เอาใจเขาทุกอย่าง และก็ไม่ใช่ว่าเขาไม่รักยุนโฮ...เพียงแต่รู้สึกว่าคนคนนี้มันยังไม่ใช่...มีคนเคยบอกว่าอนาคตเรายังอีกไกล ต่อไปยังต้องเจอใครอีกตั้งมากมาย และตอนนี้เขาก็ยังอายุน้อย ยังเรียนไม่จบ ยังไม่ได้ทำงาน ในความคิดของแจจุงคือเขายังสามารถหาและเลือกคนที่ใช่กว่ายุนโฮได้ เพราะฉะนั้น...เขาไม่อยากอยู่กับความรักที่เรียกว่าเป็นแค่ทางผ่านของชีวิตอีกต่อไปแล้ว

"ยุนโฮ..." ร่างบางเอ่ยเรียกเสียงเบา ชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาละจากกองหนังสือตรงหน้าพลางหันมามองคนตัวบางที่นั่งอยู่ปลายเตียง น้ำเสียงที่แปลกไปทำให้เขาสงสัย

"หือ? มีอะไรเหรอแจจุง" ตาหวานมองตาคมนิ่งๆ ท่าทางเย็นชาที่ยุนโฮก็รู้สึกได้มากว่าสองอาทิตย์นั้นทำให้เขาใจเสีย

"..." ไม่มีคำพูดใดหลุดจากปากคนตัวบาง ตาหวานยังคงจ้องหน้าคมก่อนจะหันหน้าหนีในที่สุด นั่นยิ่งทำให้ยุนโฮแปลกใจ ร่างสูงเดินเข้าไปหาคนบนเตียงช้าๆ ก่อนจะคุกเข่าลงกับพื้นเพื่อมองร่างบางในระดับสายตา มือหนาเอื้อมไปหมายจะกุมมือบางแต่แจจุงกลับหดมือหนีเสียก่อน

"แจจุง...นาย...เป็นอะไรไป" ความเฉยชาของร่างบางทำให้เขาสับสน...หรือแจจุงกำลังโกรธอะไรเขา...หรือน้อยใจที่กลับมาเขาก็เอาแต่ทำงานบ้านไม่สนใจร่างบางสักนิด...หรือเป็นเพราะอะไร...

"..." แจจุงยังคงเงียบ ตาหวานไม่หันกลับมามองหน้าคมเสียด้วยซ้ำราวกับว่าเบื่อที่จะเห็นหน้าคนคนนี้เต็มทน

"แจจุง พูดอะไรหน่อยสิ ฉันทำอะไรให้นายไม่พอใจรึเปล่า" ลมหายใจหนักๆถูกพ่นออกจากริมฝีปากอิ่ม ร่างสูงกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความรู้สึกในตอนนี้เหมือนกำลังรอการตัดสินโทษโดยที่ยังไม่รู้ความผิดยังไงยังงั้น

"เปล่า...ไม่มีอะไร..." แม้จะบอกว่าไม่มีอะไรแต่ท่าทางและน้ำเสียงที่แสดงความอึดอัดออกมามากขนาดนั้นไม่สามารถโกหกใครได้ เขาไม่ได้คิดจะโกหก แต่แค่ไม่รู้จะเริ่มยังไง

"นายเป็นอะไรกันแน่แจจุง พักนี้นายเปลี่ยนไปมากเลยนะรู้ตัวมั้ย" แจจุงหันมามองหน้าคมที่ฉายแววจริงจังไม่ต่างกัน ทั้งที่รู้ว่าเขาเป็นฝ่ายผิดที่คิดจะทิ้งยุนโฮ แต่แค่ถูกยุนโฮเค้นเอาคำตอบจากปากอย่างจริงจังแบบนี้เขาก็รู้สึกหงุดหงิด ไม่พอใจ คงเป็นเพราะ...รู้ตัวว่าผิด...ร่างบางถอนหายใจหนักๆออกมาอีกครั้งอย่างรำคาญ

"แจจุง..."

"ยุนโฮ!" ไม่ทันที่ร่างสูงจะได้เอ่ยอะไรเสียงหวานก็ขัดขึ้นก่อน ร่างบางลุกขึ้นยืนตากลมละจากใบหน้าหล่อก่อนจะมองออกไปนอกหน้าต่าง ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันราวกับไม่กล้าที่จะเอ่ยคำคำนั้นออกมา ร่างบางกลืนน้ำลายอึกใหญ่ก่อนจะตัดความรู้สึกผิดทั้งหมดออกจากความคิดและคำที่ตั้งใจจะพูดก็ทำเอาคนที่นั่งคุกเข่าบนพื้นถึงกับนิ่งอึ้ง

"เรา...เลิกกันเถอะ" ร่างสูงตกใจไม่น้อยกับคำตัดสินโทษจากปากคนรัก...คำที่เขาไม่เคยคิดว่าจะได้ยิน...

"จะ...แจจุง..." ร่างบางปลายตามองคนบนพื้นที่เริ่มมีน้ำใสเอ่อคลอดวงตาคม นัยตาคมแสดงความสับสน เสียใจและไม่เข้าใจออกมาให้เห็น

"พอแค่นี้เถอะนะยุนโฮ เราคงคบกันต่อไปไม่ได้อีกแล้ว" น้ำเสียงเย็นชาส่งมาจากคนที่ยืน ตอกย้ำให้ร่างสูงรู้ว่านี่คือความจริง ไม่ใช่ความฝัน และในที่สุดน้ำตาลูกผู้ชายก็ไหลอาบแก้ม เขาไม่อยากเชื่อว่ามันคือความจริง ร่างบางอาจกำลังแกล้งหรือล้อเขาเล่นแรงเกินไป หรืออาจจะพูดออกมาเพราะความโกรธก็ได้

"ไม่จริงใช่มั้ยแจจุง...ฮึก...นาย...กำลังล้อเล่น..."

"ฉันไม่ได้ล้อเล่น! ยุนโฮ! ฉันเบื่อนาย นายมันไม่ใช่อ่ะเข้าใจมั้ยยุนโฮ!" สองมือหนาคว้าขาเรียวเอาพร้อมกับกอดเอาไว้แน่น เขาจะไม่ปล่อยให้แจจุงเดินจากไปไหน จะกอดขาและขอร้อง อ้อนวอนอยู่ตรงนี้...อย่างน้อยก็ขอให้ร่างบางเห็นใจหรือสงสารเขาบ้างก็ยังดี

"ไม่! แจจุง! ฉันไม่เลิก!!! ขอร้องล่ะ ให้ทำอะไรก็ได้ ฉันไม่ดีตรงไหน ไม่ถูกใจนายตรงไหนบอกฉัน...ฉันจะทำทุกอย่างที่นายต้องการ นะ...แจจุง อย่าเลิกกับฉันเลยนะ..."

"ปล่อยฉันนะยุนโฮ! ปล่อยขาฉัน!!!" ร่างบางไม่ได้สนใจที่จะฟังคำอ้อนวอนของร่างสูงสักนิด ซ้ำยังพยายามสบัดขาให้พ้นจากมือหนาอีกต่างหาก

"ไม่ปล่อย! ฉันไม่ยอมให้นายไปไหนทั้งนั้น จนกว่านายจะยอมให้โอกาสฉัน ฮึก...แจจุง...ได้โปรด...อย่าทิ้งฉันไป..."

"ฉันบอกให้ปล่อยไง!!! ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง!" ร่างบางทั้งเตะทั้งถีบจนขาเรียวสามารถหลุดจากการเกาะกุมแต่ก็ถูกร่างสูงที่รีบลุกขึ้นและคว้าเอวบางมากอดจากด้านหลังไว้ได้

"อ๊า! ยุนโฮ! ปล่อยนะ!" มือบางพยายามแกะมือหนาออกจากเอวแต่ก็ไม่สำเร็จ ยุนโฮเลยถูกเล็บขาวจิกเนื้ออย่างแรงไปตามระเบียบ แต่ความเจ็บปวดเพียงนั้นไม่สามารถทำให้ร่างสูงละความพยายามได้หากเทียบกับความเจ็บปวดที่ต้องเสียร่างบางไป...เขายอมเจ็บกายดีกว่า

"ไม่ปล่อย จนกว่าฉันจะมั่นใจว่านายจะไม่ทิ้งฉันไปไหน"

"ฉันบอกแล้วไงว่านายมันไม่ใช่! ฉันอยากเลิกกับนาย!!! ปล่อย!"

"ฮึก! นายไม่รักฉันแล้วเหรอแจจุง" ประโยคของร่างสูงสามารถทำให้แจจุงหยุดดิ้น ร่างบางยอมอยู่ในอ้อมแขนแกร่งแต่โดยดี

"ฉัน...ไม่ใช่ไม่รักนาย ยุนโฮ..."

"ฮึก ฮึก...งั้นนายก็อย่าทิ้งฉันไปไม่ได้เหรอ..." หน้าคมซุกลงบนแผ่นหลังบางจนแจจุงสัมผัสได้ถึงความเปียกชื้น

"ฉันรักนาย...แต่นายไม่ใช่คนที่ฉันอยากรัก...เรายังมีอนาคตนะยุนโฮ นายจะเจอคนที่ดีกว่าฉัน...ปล่อยให้ฉันไปหาคนที่ใช่กว่านายเถอะนะ..."

"แล้วฉันยังไม่ใช่สำหรับนายอีกเหรอ..."

"นายไม่เข้าใจ ยุนโฮ...ฉัน...ขอโทษ..."

"ฉันไม่ต้องการคำขอโทษ! แจจุง นายไม่คิดจะให้โอกาสฉันเลยหรือไง อยู่ๆนายก็จะทิ้งฉันโดยที่ยังไม่ให้โอกาสฉันลองทำอะไรเลยสักอย่าง! มันไม่ใจร้ายเกินไปหน่อยเหรอ" ร่างสูงยังคงพยายามร้องขอทั้งๆที่ความหวังที่จะยื้อมันพังทลายไปพร้อมๆกับหัวใจของเขาที่แตกสลายอย่างไม่มีชิ้นดี

"พอแล้วยุนโฮ! ยังไงฉันก็จะเลิกกับนาย! เลิกยื้อแล้วออกไปจากชีวิตฉันซักที!!!" ร่างบางยื่นคำขาดก่อนจะใช้แรงที่มีทั้งหมดผลักคนตัวโตกว่าจนล้มลงบนเตียงและวิ่งออกไปจากห้องทันทีที่หลุดพ้นจากการเกาะกุมของร่างสูง ยุนโฮทำได้เพียงมองตามไปด้วยหัวใจที่ปวดร้าว บานประตูสีเหลืองอ่อนปิดลงพร้อมกับความหวังที่หมดสิ้น น้ำตาลูกผู้ชายไหลออกจากตาคมไม่ขาดสาย ตั้งแต่เกิดมาเพิ่งเคยร้องไห้เหมือนคนบ้าก็วันนี้...ใจร้าย...แจจุง...นายทิ้งฉันได้อย่างเลือดเย็นขนาดนี้ ใจของนายทำด้วยน้ำแข็งหรือไงกันนะ...ฉัน...ไม่สามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของนายได้อีกแล้วสินะ ในเมื่อฉันยังไม่ใช่...ในเมื่อคนที่นายอยากรักไม่ใช่ฉัน...ฉันจะเดินจากไปแต่โดยดี...ลาก่อน แจจุง...

--------------------------------------

เนื้อหาบางส่วนอ้างอิงจากชีวิตจริงของคุณเชอร์รี่ จากClub Friday ขอขอบคุณไว้ ณ จุดนี้...

พาร์ทนี้เป็นอดีตของแจจุงกับยุนโฮตอนเลิกกันค่ะ ที่ต้องแต่งพาร์ทนี้ขึ้นมาเพราะเนื้้อหาในเรื่องบอกเล่าถึงปัจจุบัน อาจจะมีส่วนที่ขาดหายหรือไม่ค่อยปะติดปะต่ออยู่ ถ้าอ่านอดีตพาร์ทแล้วคงพอเข้าใจมากขึ้น ยังไงก็ฝากติดตาม แนะนำติชมกันได้นะคะ ขอบคุณสำหรับการติดตาม...

#6
yumika

    Newbie

  • Members
  • Pip
  • 8 posts
--- Part 4 ข่ม ---


"คุณจะใส่เสื้อตัวนั้นไปจริงๆเหรอ" ชางมินว่าพลางมองเสื้อสีขาวตัวบางเฉียบที่ร่างบางเพิ่งจะสวมเมื่อครู่ คอเสื้อรูปตัววีที่ผ่าลึกลงมาจนเห็นหน้าอกขาวนั้น แม้แต่เขาก็ยังแอบกลืนน้ำลาย แล้วนับประสาอะไรที่คนอื่นจะไม่มอง

"อืม ทำไมเหรอ" ร่างบางก้มลงมองเสื้อที่ตัวเองใส่อยู่อย่าง งงๆ

"มันก็ปกติดีนิ"

"คือ...ฉันว่า...มันโป๊เกินไปน่ะ" ร่างบางถึงกับขำพรืดออกมาเมื่อได้ยินอย่างนั้น ในขณะที่ชางมินได้แต่เกาหัวแล้วทำหน้าอายๆ...ก็คนมันหวง

"ชางมินอา~ ฉันไม่ใช่ผู้หญิงซะหน่อยนะ ไม่เห็นต้องคิดเรื่องโป๊ไม่โป๊เลย"

"ไม่เหมือนผู้หญิงแต่ก็ไม่เหมือนผู้ชายอ่ะ อีกอย่างวันนี้ฉันนัดกับคุณยุนโฮแล้วก็คุณจุนซูไว้ด้วยนะ มันไม่สุภาพ" คิ้วเรียวกระตุกกึกเมื่อได้ยินชื่อของบุคคลคุ้นเคย...ยุนโฮอีกแล้วเหรอ ก็ดี...เสียอย่างเดียวคือถ้าไม่มีจุนซูจะดีมาก!

"ทำไมต้องนัด ตั้งแต่มานี่ฉันยังไม่ได้กินมื้อเย็นกับนายสองต่อสองเลยนะ" ร่างบางแสร้งทำเป็นงอน ทำให้ชางมินรู้สึกผิดขึ้นมาทันที...ก็เขามาทำงานนี่นา...ไม่ได้มาเที่ยวอย่างเดียวซะหน่อย

"ฉันขอโทษ~ แจจุง แต่มันเป็นมารยาทน่ะ ไว้หลังงานหมั้นเราอยู่ที่นี่อีกสักสองสามวันก็ได้นะ" แจจุงพยักหน้าทำว่าเข้าใจแต่เมื่อนึกถึงงานหมั้น ความหงุดหงิดก็พุ่งเข้าเต็มอก ถ้าเขาเลวและกล้าพอเขาคงคิดจะพังงานไปแล้ว! หรือจะทำ...เฮ้ย! คิดไรวะคิมแจ! บ้าชะมัด

.
.
.

ร้านอาหารริมทะเลในยามค่ำคืนดูสวยงามเพราะแสงไฟสีส้มที่ประดับอยู่รอบร้าน ส่งผลให้วิวด้านนอกที่มองออกไปเห็นท้องทะเลกว้างใหญ่สุดสายตา ยิ่งงดงามอย่างที่ไม่มีสิ่งใดสามารถสรรสร้าง ตากลมโตเหม่อมองออกไปยังทะเลสีดำสนิทในขณะที่กำลังนั่งรอลูกค้าคนพิเศษของชางมิน ทั้งที่บรรยากาศแบบนี้น่าจะทำให้รู้สึกดีแต่ภายในใจกลับรู้สึกหน่วงแปลกๆ อะไรทำให้เขาว้าวุ่นได้ขนาดนี้กันนะ...รู้คำตอบดีอยู่แก่ใจ แต่ก็เอาแต่ถามตัวเองเป็นร้อยๆรอบอยู่ได้...เบื่อตัวเองจริงๆ

"ขอโทษที่ช้านะฮะ รอนานไหมฮะ" น้ำเสียงสดใสปลุกคนที่ตกอยู่ในภวังความมืดให้หันไปมอง ตากลมฉายแววดุดันชั่วครู่ก่อนจะเปลี่ยนเป็นการยิ้มต้อนรับผู้มาใหม่

"อ๊ะ! ไม่ครับ พวกเราก็เพิ่งมา เชิญนั่งก่อนครับ" เป็นชางมินที่ทำหน้าที่ต้อนรับแขก จุนซูเข้ามานั่งด้านในตรงข้ามกับแจจุง ส่วนยุนโฮนั่งตรงข้ามชางมิน ตาหวานเหลือบมองใบหน้าหล่อของคนฝั่งตรงข้าม เสียงตุบตับในอกดังจนเขาหงุดหงิดก่อนจะตวัดสายตาไปทางอื่นพร้อมกับถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายจนจุนซูต้องเงยหน้าขึ้นมอง

"เอ่อ...คุณแจจุง...เป็นอะไรรึเปล่าฮะ ดูท่าทางเซ็งๆ" คนตัวเล็กเอ่ยถามในขณะที่ชางมินก็ชวนว่าที่คู่หมั้นเขาคุยเพื่อไม่ให้เสียบรรยากาศ

"เปล่าหรอกครับ" ร่างบางตอบยิ้มๆ ผิดกับแววตาที่แข็งกร้าวจนอีกคนรู้สึกได้

"ผมสั่งอาหารไว้แล้วแต่ถ้าคุณยุนโฮกับคุณจุนซูจะสั่งเพิ่มก็เชิญเลยนะครับ" ชางมินกล่าวพลางรับแก้วน้ำจากบริกรก่อนจะจัดการรินน้ำให้แขกสองคน ยุนโฮที่แอบลอบมองแจจุงอยู่เป็นระยะก็ได้แต่ทนเก็บอาการน้ำลายจะหก ก็เสื้อคอวีผ่าลึกจนเห็นแผงอกขาวเนียน แถมยังบางเสียจนเห็น...เห็นทุกอย่าง! ว่าแล้วก็ต้องสบัดหัวไปมาอย่างแรงสองสามทีเพื่อเรียกสติตัวเอง

"เป็นอะไรยุนโฮ เวียนหัวเหรอ นายหน้าซีดนะ" จุนซูที่เห็นอาการของคนข้างๆเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงก่อนจะเอื้อมมือเล็กมาแตะหน้าผากและแก้มของคนรัก สร้างความหงุดหงิดระคนหมั่นไส้ให้ร่างบางเป็นเท่าทวีคูณ หัวกลมค่อยๆเอนซบลงบนไหล่หนาของชางมินก่อนจะปิดเปลือกตาลงช้าๆราวกับว่าไม่อยากเห็นภาพของใครบางคนให้เดือดร้อนใจอีก

ไม่นานอาหารก็ถูกนำมาเสริฟ ชางมินกับยุนโฮพูดคุยกันอย่างออกรสถึงเรื่องงานที่บริษัทของยุนโฮที่เจ้าตัวได้รับตำแหน่งผู้บริหารสืบต่อจากพ่ออย่างไม่คิดไม่ฝัน ส่วนแจจุงกับจุนซูก็พากันออกไปเดินเล่นที่ชายหาดหลังจากทานอาหารเสร็จ

"ได้ยินว่าคุณแจจุงชอบทะเลมากเหรอฮะ" จุนซูเอ่ยถามชายหนุ่มหน้าหวานที่เดินเคียงข้างกันบนหาดทรายเปียกชื้นท่ามกลางความมืดที่มีเพียงแสงไฟสลัวจากร้านอาหารฝั่งตรงข้ามเป็นเครื่องมองทาง ใบหน้าสวยหวานราวกับเด็กสาวเผยยิ้มบางในขณะที่ยังคงก้มดูฟองคลื่นสีขาวซัดเข้ามากระทบฝ่าเท้าขาวซีดของตนเองเป็นระรอก

"ครับ ผมชอบทะเล" ร่างบางตอบโดยไม่ละสายตาจากฟองคลื่น

"ผมก็ชอบทะเลเหมือนกันฮะ ชอบมากๆเลยล่ะ" เสียงสดใสเอ่ยเจื้อยแจ้วไปตามประสาคนพูดเก่ง ปลายเท้าเขี่ยฟองคลื่นเล่นอย่างสบายอารมณ์

"ฮ่ะๆๆ ก็แปลกดีนะครับ" แจจุงหัวเราะเบาๆก่อนจะเอ่ย ความรู้สึกนึกคิดในใจจะเรียกว่ากำลังสมเพชหรือตลกอันนี้ก็ยังไม่รู้

"หือ แปลกอะไรเหรอฮะ" ร่างเล็กหันมามองดวงหน้าหวานที่ยังคงก้มหน้าด้วยความสงสัย

"ความบังเอิญน่ะ...มันง่ายจังเลยนะครับ..." แจจุงช้อนสายตาขึ้นมองจุนซู แววตากลมคล้ายกับว่ากำลังจะบอกอะไรบางอย่างที่จุนซูก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่ยิ้มเย็นๆที่ปรากฎบนริมฝีปากสีแดงนั้นทำให้เขารู้สึกเสียวสันหลังอย่างบอกไม่ถูก

"ทั้งแฟนเก่าแฟนใหม่...บังเอิญชอบอะไรเหมือนๆกัน บางที...สักวันแฟนคุณอาจจะบังเอิญโดนแย่งไปก็ได้นะ"

"คุณแจจุง...พูดเรื่องอะไรน่ะ..." จุนซูถึงกับหน้าเสียเมื่อได้ยินประโยคจากปากอิ่ม แววตาท้าทายราวกับว่ากำลังประกาศศึกนั้นมันคืออะไร...แจจุงหันมาเผชิญหน้ากับจุนซูก่อนที่มือบางจะเอื้อมมาจับแขนเล็กไว้

"ในเมื่อคนเก่าๆยังบังเอิญมาเจอกันได้ แล้วมันจะเป็นไปไม่ได้เลยเหรอครับ...ที่เขาจะ'บังเอิญ'กลับมาคบกัน..." ยิ้มเย็นยังคงแต้มบนริมฝีปากแดง แววตามั่นคงและหนักแน่นแฝงไปด้วยการข่มขู่จนร่างเล็กรู้สึกหวาดกลัวคนตรงหน้าขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เสียงหวานที่รอดออกมาจากไรฟันขาวทำให้เขายิ่งสับสน จุนซูมองใบหน้าหวานราวกับถูกมนต์สะกด ไม่สามารถเคลื่อนไหวแม้แต่จะปลดแขนของตัวเองออกจากการบีบรัดของมือบางก็ยังไม่สามารถทำได้

"กลับมาคบ..." ร่างเล็กทวนคำพูดของอีกฝ่ายด้วยความสับสนและไม่เข้าใจ แจจุงต้องการจะบอกอะไรกับเขากันแน่

"ยุนโฮน่ะ...ไม่ได้รักคุณที่สุดหรอก"

"แต่เรากำลังจะหมั้นกันนะฮะ" ชื่อของคนรักที่หลุดจากปากอิ่มสีแดงนั้นทำให้ร่างเล็กถึงกับแหวกลับทั้งที่น้ำตากำลังเอ่อล้นขอบตาแดงจนใกล้จะไหลลงมาเต็มที

"อันนั้นผมต่อให้ หึหึ...แต่ถึงพวกคุณจะแต่งงานกัน ผมก็จะไม่มีวันยอมแพ้อยู่ดี..." มือบางบีบต้นแขนเล็กจนข้อมือขาวไร้สีเลือดก่อนจะสบัดออกเพื่อปลดปล่อยอีกคนเป็นอิสระ มองอีกคนด้วยหางตาและหันหลังเดินกลับไปยังร้านอาหารฝั่งตรงข้ามทันที ส่วนจุนซูที่ยังคงอึ้งและช็อคกับเหตุการณ์เมื่อครู่ก็ได้แต่มองตามแผ่นหลังบางและท่วงท่าของคนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจและความสามารถ หันกลับมามองตัวเอง เขาไม่มีอะไรจะไปสู้คนอย่างแจจุงได้เลยสักอย่าง...ถึงจะมั่นใจว่ายุนโฮรักเขา แต่แล้วยังไงล่ะ คนที่เรียกตัวเองว่าแฟนเก่าออกตัวสู้ตายขนาดนั้น...เขาจะเอาอะไรไปมั่นใจว่ายุนโฮจะไม่กลับไปหาแจจุงแล้วทิ้งให้เขากลายเป็นคู่หมั้นแค่ในนาม...

.
.
.

เสียงโทรศัพท์ที่สั่นอย่างเอาเป็นเอาตายสร้างความรำคาญไม่น้อยแก่ยูชอนที่เพิ่งจะหลับได้เพราะฤทธิ์ยาพาราฯ มือหนาเอื้อมไปหยิบเครื่องมือสื่อสารข้างเตียง เบอร์แปลกไม่คุ้นเคยทำให้เขายิ่งหงุดหงิดแต่ก็ยอมกดรับอย่างเสียไม่ได้

'ฮึก...ฮือออออออ~ ยูชอนนน...ฮึก ฮึก...' เสียงปลายสายร้องไห้สะอึกสะอื้น ยูชอนถึงกับตาสว่างเมื่อสติสัมปชัญญะที่มีทั้งหมดกำลังบอกว่าคนที่โทรมาร้องไห้ใส่เขาในตอนนี้คือคิมจุนซู

"จะ...จุนซู! เป็นอะไร ร้องไห้ทำไม! จุนซู!"



To Be Continue...

#7
Kimjun Jaejoong

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 37 posts
ชอบค่ะ สนุกดีเป็นกำลังใจให้นะค่ะ

สู้ๆ!! (แอบสงสารชางมิน) อิอิ :D

#8
yumika

    Newbie

  • Members
  • Pip
  • 8 posts
--- Part 5 KISS ---

ประตูห้องน้ำสีน้ำตาลอ่อนเปิดออกพร้อมกับร่างบางที่เดินออกมาพร้อมชุดคลุมอาบน้ำ ชางมินรีบปลี่เข้ามาหาก่อนจะสวมกอดคนตัวหอมทันที

"อะไรเนี่ยชางมิน ฉวยโอกาสอีกแล้วนะ" เสียงหวานเอ่ยหยอกแต่ก็หัวเราะชอบใจ

"ก็มันคิดถึงนิครับ แจจุงอาบน้ำนานจะตาย" คนตัวโตยังไม่ยอมคลายอ้อมกอดให้คนตัวบางได้เป็นอิสระง่ายๆ ซุกหน้าเข้ากับเส้นผมเปียกชุ่มที่มีน้ำหยดติ๋งๆจนจมูกโด่งเปียกน้ำตามไปด้วย

"นานที่ไหนชางมิน ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงซะหน่อย ทีนายไปทำงานไกลๆนอนที่อื่นตั้งหลายวันแบบนั้นไม่คิดถึงหรือไง" เสียงหวานแสร้งเอ่ยตัดพ้อให้อีกคนรู้สึกผิดเล่น ชางมินคลายอ้อมกอดก่อนจะจับไหล่บางทั้งสองข้างเอาไว้

"ใครบอกว่าไม่คิดถึง ผมคิดถึงแจจุงจะตาย คิดถึงทุกลมหายใจเข้าออกเลยนะ" แจจุงหัวเราะขันกับท่าทางจริงจังแบบเด็กๆของชางมิน แต่ก็พยักหน้าหงึกๆทำเป็นเข้าใจ

"โอเคๆ ฉันเชื่อ นายไปอาบน้ำเถอะเสื้อเปียกหมดแล้ว" ร่างสูงยอมผละจากร่างบางแล้วคว้าผ้าเช็ดตัวเข้าไปอาบน้ำแต่โดยดี แจจุงเดินมานั่งที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง มองหน้าตัวเองในกระจกเหมือนทุกวันด้วยความเคยชิน ตากลมจ้องมองนัยตาสีน้ำตาลของตัวเองราวกับค้นหาอะไรบางอย่างพลางนึกถึงเหตุการณ์เมื่อตอนหัวค่ำที่ทะเลกับจุนซู ใบหน้าหวานฉายแววกังวลออกมาอย่างเห็นได้ชัด รู้ตัวอีกทีก็หลังจากที่ทำลงไปแล้ว อยากจะตบหัวตัวเองแรงๆสักสองสามที เล่นไปเปิดตัวเป็นศัตรูแล้วก็ขู่เขาไว้ขนาดนั้นถ้ายัยนั่นไปฟ้องยุนโฮขึ้นมาจะทำยังไง! ยุนโฮจะต้องยิ่งเกลียดและไม่เข้าใกล้เขาอีกแน่ๆ

"โถ่เอ้ย! บ้าจริง ทำอะไรลงไปวะเนี่ย" สบถด่าตัวเองอย่างหัวเสียแต่ก็จนปัญญาที่จะหาทางแก้ ทำไปแล้วก็ได้แต่กลัวยุนโฮจะโกรธจะเกลียด ถ้าเป็นอย่างนั้นเขาคงหมดหวังที่จะได้ยุนโฮคืนมาสินะ จิตสำนึกกับความต้องการที่ไปด้วยกันไม่ค่อยจะได้ทำให้แจจุงรู้สึกเหมือนกำลังมีเดวิลและแองเจิ้ลตัวเล็กๆตบตีกันอยู่ข้างหู

'ผิดตรงไหนที่อยากได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ ใครๆก็อยากได้ทั้งนั้น'

'ถ้าจะผิด คงผิดตรงที่ไปแย่งมาจากคนอื่นละมั้ง'

'แต่แล้วไง...แค่ได้ยุนโฮคืนมาก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ...'

'แต่ถ้าทำแบบนั้นคนอื่นก็ต้องเจ็บปวดสินะ'

'แต่ถ้าคนอื่นไม่เจ็บ...ก็เป็นเราที่เจ็บ...'

'...อยากเจ็บหรือไงแจจุง...ยังไม่ได้ลองพยายามเลย...อยากปล่อยโอกาสแล้วมานั่งเสียใจทีหลังเหมือนที่ผ่านๆมาเหรอ'

"ไม่อยาก..." เสียงหวานเอ่ยตอบแผ่วเบา เป็นคำถามแรกที่เขาสามารถให้คำตอบแก่ตัวเองได้ ยุนโฮคงเปรียบเหมือนโอกาส ที่ไม่ใช่ว่าจะมาเมื่อไหร่ก็ได้ เพราะฉะนั้นถ้าไม่อยากปล่อยให้โอกาสหลุดมือไปโดยที่ยังไม่ลองพยายามไขว่คว้า ก็ต้องรีบฉกฉวยโอกาสนั้นมาไว้ในครอบครอง...

ร่างบางสะดุ้งเมื่อโทรศัพท์ที่วางไว้บนโต๊ะสั่นครืด เบอร์แปลกที่โชว์บนหน้าจอทัชสกรีนทำให้คิ้วเรียวขมวดเป็นปม เขาไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ที่จะรับโทรศัพท์จากเบอร์แปลกเพราะเคยมีโรคจิตโทรมาชักว่าวให้เขาฟังถึงสองครั้งเมื่อสมัยเรียนมัธยมปลาย แต่นิ้วเรียวกลับกดรับราวกับมีอะไรดลใจ

"ฮัลโหลครับ..." เสียงหวานกรอกลงไปอย่างกล้าๆกลัวๆ แต่ปลายสายที่ตอบกลับมาทำให้ตากลมเบิกกว้าง

'แจจุงใช่มั้ย นายทำอะไรจุนซู!' เสียงหล่อตะคอกเข้ามาในโทรศัพท์ ร่างบางถึงกับทำอะไรไม่ถูกลุกลี้ลุกลน งงที่อยู่ๆยุนโฮก็โทรมาซึ่งเดาไม่ยากว่าคงเอาเบอร์มาจากตอนที่จุนซูขอยืมโทรศัพท์เขา แต่สิ่งที่ทำให้เขาตัวสั่นด้วยความกลัวคงเป็นเพราะคำถามและน้ำเสียงโหดๆที่ดังจนแสบแก้วหู...จุนซูคงฟ้องยุนโฮไปแล้วแน่ๆ...คิดในใจก่อนจะตอบอ้อมแอ้ม

"อะ...อะไร ใครทำอะไร"

'จุนซูไม่ได้อยู่ที่ห้อง! นายเอาจุนซูไปไว้ที่ไหน!' น้ำเสียงร้อนรนแสดงอาการเป็นห่วงของคนในสายสร้างความหมั่นไส้พิลึกให้ร่างบาง แต่ตอนนี้สิ่งที่สำคัญกว่าคือเขาไม่ได้เอาจุนซูไปไว้ที่ไหนทั้งนั้น! ร่างบางรีบเดินออกไปนอกห้องอย่างเงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้เพราะกลัวว่าถ้าชางมินออกมาจากห้องน้ำแล้วรู้ว่าเขาคุยโทรศัพท์กับยุนโฮเรื่องคงไม่จบง่ายๆ

'ได้ยินที่ฉันถามมั้ย! นายทำอะไรจุนซูน่ะแจจุง! บอกฉันมานะ!' นานเกินกว่าจะรอ ความร้อนใจทำให้ยุนโฮเร่งถามร่างบางที่ตอนนี้เดินออกมาจากห้องพักเรียบร้อยแล้ว

"พูดเรื่องอะไรของนายยุนโฮ ฉันไม่ได้ทำอะไรจุนซูทั้งนั้นแหละ แล้วก็ไม่ได้เอาจุนซูไปไว้ที่ไหนด้วย"

'ก็นายเป็นคนบอกเองว่าจุนซูกลับห้อง!' ปลายสายยังคงตวาดราวกับไม่มีที่จะระบายอารมณ์จนต้องมาลงกับคนในโทรศัพท์

"พูดเบาๆก็ได้ยุนโฮ ฉันแสบหูไปหมดแล้ว" ว่าพลางหันไปมองประตูห้องด้วยความระแวงว่าคนในห้องจะได้ยิน

'ไม่ใช่เวลาจะมาแสบหู นายไม่ทุกข์ไม่ร้อนแต่ฉันเดือดร้อนนะ! ถ้าจุนซูไม่อยู่ห้องแล้วจะไปอยู่ไหน' ร่างบางกรอกตาไปมาอย่างเบื่อหน่าย นายเห็นฉันเป็นอะไร อับดุลรู้ทุกอย่างถามอะไรตอบได้น่ะเหรอ!

"แล้วฉันจะไปรู้ไหมล่ะ! นายเอาแต่โทษฉันมันไม่ถูกนะยุนโฮ เพราะจุนซูเป็นคนบอกเองว่าจะกลับห้อง! นอกนั้นนางจะหายตัวไปไหนมันก็ไม่เกี่ยวกับฉันแล้ว!" เสียงหวานตะคอกหนักแน่นใส่อารมณ์บ้างทั้งที่พูดปด

'จะไม่รับผิดชอบว่างั้นสิ? ถ้าจุนซูเป็นอะไรไปฉันจะฆ่านาย!' คำพูดของปลายสายที่ฟังดูก็รู้ว่าไม่เชื่อที่เขาพูด หนำซ้ำยังยืนยันจะโทษว่าเขาเป็นคนทำให้จุนซูหายไปอีกต่างหาก

"นายอยู่ไหน ฉันจะออกไปหา"

.
.
.

ร่างเล็กยังคงสะอึกสะอื้นหลังจากที่นั่งร้องไห้จนตาแดงจมูกแดงไปหมด โดยมียูชอนที่รีบบึ่งรถมาหาทันทีที่รู้ว่าคนตัวเล็กใช้โทรศัพท์สาธารณะโทรหาเขาและกำลังมีปัญหา มือหนาลูบหัวเล็กเบาๆมาเป็นเวลานานพอสมควร

"ทีนี้เล่าให้ฟังได้ยังว่าเกิดอะไรขึ้น"

"ฮึก...อือ" ตอบเสียงอู้อี้ในลำคอ แต่กระนั้นร่างเล็กก็ยังคงนั่งเงียบ

"อือ? แล้วไงต่อ?"

"..."

"จุนซู~ ถ้านายไม่ยอมเล่าซะทีฉันก็ไม่รู้เรื่องซะทีละเซ้~" ว่าพลางโยกหัวเล็กไปมาจนคนถูกโยกหัวเราะคิกคักราวกับชอบใจ

"ก็กำลังจะเล่านี่ไง"

"กำลังจะเล่าๆ นายเอาแต่ ฮึก! ยุนโฮอ่ะ ฮืออออ~ ยุนโฮ ฮืออออ~ แบบนั้นฉันจะรู้เรื่องไหมเล่า!" ร่างสูงทำหน้าทำตาล้อเลียนคนข้างๆ เรียกเสียงหัวเราะให้คนถูกล้อเลียนได้ไม่น้อย

"ก็...แฟนเก่าของยุนโฮน่ะ..."

"ห้ะ? อะไร ยุนโฮมีแฟนเก่าด้วยเหรอ"

"เอ้า! มันแปลกตรงไหน นายไม่เคยมีแฟนเก่าหรือไง" ยูชอนทำหน้าเอ๋อเมื่อถูกร่างเล็กแหวเข้าให้ เขาหมายถึงยุนโฮต่างหาก มาเกี่ยวอะไรกับเขาล่ะเนี่ย

"ฉันแค่คิดว่ายุนโฮน่ะเป็นผู้ชายที่ดูดี เพอเฟค บ้านก็มีตังค์ ไม่คิดว่าจะมีใครเลิกให้โง่"

"อะไร? นายหมายความว่าถ้าใครเลิกกับยุนโฮคนนั้นโง่เหรอ?" ยูชอนขำก๊ากกับการตีความมั่วๆของจุนซู ใบหน้าหน้ารักแสดงอาการไม่เข้าใจออกมาอย่างชัดเจนแต่ก็อดขำตามอีกคนไม่ได้ เขายิ่งเป็นพวกบ้าจี้อยู่ด้วย

"ฮ่าๆๆๆๆๆๆ บ้าเหรอ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ เอาเหอะ แล้วไงต่อ แฟนเก่าเขาทำไม อย่าบอกนะว่าแฟนเก่าเขากลับมา"

"เห้อ...ก็แค่บอกว่าจะเอายุนโฮคืนให้ได้แค่นั้นเอ๊งงงง~" เสียงสูงราวกับไม่ยี่หระอะไร แต่น้ำตาใสเริ่มเอ่อคลออีกครั้ง คงเป็นยุนโฮมากกว่าที่เขาควรจะกลัว ไม่ใช่ว่าไม่เชื่อใจ แต่แจจุงดูสว่างไปหมดจนเขากลัวว่ายุนโฮจะมองไม่เห็นเขา

"ไม่เอาน่า ไม่ร้องแล้ว นายกลับไปหายุนโฮเหอะ ป่านนี้คงเป็นห่วงแย่แล้ว" จุนซูหันมามองตาคมนิ่งๆ รอยยิ้มบางๆของคนตรงหน้าดูอบอุ่นและใจดี แต่เขาในตอนนี้กลับไม่รู้สึกอยากได้รับมันสักเท่าไหร่ ถ้ายูชอนรักเขาแบบเพื่อนแล้วมอบรอยยิ้มกับแววตาแสนอบอุ่นแบบนี้มาให้ มันคงจะดีกว่านี้ เขาคงจะอยากเห็นและชอบมันมากกว่านี้...

.
.
.

"เอ่อ..." ตาคมจ้องร่างบางในชุดคลุมอาบน้ำสีขาวด้วยความตกใจ ก็ใครจะคิดว่าแจจุงจะกล้าเดินมาหาเขาด้วยชุดแบบนี้ ไหนจะผมประบ่าที่เปียกชุ่มยังมีน้ำหยดติ๋งๆอยู่เลย เห็นแล้วมันน่า...เห้ย! คิดไรวะยุนโฮ!

"อยู่รีสอร์ทติดกันก็ไม่บอก" ตาหวานหลุบต่ำก่อนจะพูดแก้เขินระคนหงุดหงิดเมื่อเห็นสายตาที่มองมาจากยุนโฮ

"แต่งแบบนี้มาอ่อยเหรอ" คำพูดจากฝ่ายตรงข้ามเรียกให้ตาหวานตวัดกลับมามองอย่างไม่พอใจทันที ใบหน้าหล่อที่ติดยียวนกวนประสาททำให้ร่างบางรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาแปลกๆ อยากยกเท้าขึ้นมาถีบคนตรงหน้าซักทีสองที

"นั่นแน่ใจนะว่าพูด ไม่ได้เห่า?"

"เอ้า ใครจะไปรู้ บอกว่าจะมาหาแล้วก็ใส่แบบนี้มาจะให้คิดว่าไง เห็นปะ คนอื่นยังมองเลย" ว่าแล้วก็พยักเพยิดไปอีกทางที่มีกลุ่มผู้ชายสองสามคนกำลังยืนจดๆจ้องๆจะเข้าห้องก็ไม่เข้า แต่กลับพากันมองมาที่แจจุงตาเป็นมัน แก้มใสที่แดงอยู่แล้วยิ่งแดงขึ้นไปอีก ก่อนที่มือหนาจะลากข้อมือขาวเข้าห้องไปเพื่อให้พ้นสายตาของใครอีกหลายๆคน

"ทีนี้ก็บอกมาได้แล้วว่าจุนซูอยู่ไหน" ทันทีที่ประตูห้องปิดลงร่างบางก็ถูกล็อคด้วยแขนทั้งสองข้างของยุนโฮ กลิ่นบุหรี่อ่อนๆลอยเตะจมูกแต่เขากลับรู้สึกชอบ และกำลังได้ยินเสียงใจตัวเองเต้นแรงมาก เพราะถูกกดดันหรือเป็นเพราะใบหน้าหล่อที่อยู่ใกล้เพียงปลายจมูกอันนี้ชักเริ่มไม่แน่ใจ

"..." ร่างบางนิ่งเงียบ ตากลมจ้องปลายจมูกของคนตรงหน้าที่เริ่มขยับใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ราวกับต้องการกลั่นแกล้งหากเขายังไม่ยอมตอบ

"ว่าไง จะบอกไม่บอก"

"ถ้านายใกล้เข้ามาอีกแม้แต่นิดเดียวฉันจะจูบนาย" หนามยอกเอาหนามบ่ง ยุนโฮชะงักก่อนจะยอมผละออกจากร่างบางแต่โดยดี กะจะแกล้งซักหน่อย เสียดาย...

"หึ ไม่แน่จริงนี่หว่า" เสียงหวานเอ่ยพลางเดินไปนั่งบนเตียง คนถูกหยามไม่ได้แสดงอาการโกรธเคืองใดๆ เรื่องที่เขากังวลคือจุนซูมากกว่า

"ไม่ต้องมาเฉไฉแจจุง จุนซูอ่ะจุนซู จุนซูหายไปหลายชั่วโมงแล้ว นายทำอะไรเขา"

"นายจะบ้าปะเนี่ย บอกแล้วไงว่าไม่รู้ๆ โอเค นายอยากจะด่าอะไรฉันนายก็ด่ามาเลย" ไม่ทันที่ยุนโฮจะได้ด่าเสียงโทรศัพท์จากชางมินก็ดังขึ้น ตาหวานเบิกกว้างทันทีที่เห็นว่าเป็นชางมินโทรมา อุตส่าห์หนีมาเพราะคิดว่ายุนโฮคงไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายๆแน่เรื่องจุนซู และชางมินก็จะต้องรู้เรื่องระหว่างเขากับยุนโฮในที่สุด แต่ก็ลืมคิดไปว่าถ้าชางมินออกมาจากห้องน้ำแล้วไม่เจอเขาก็เรื่องใหญ่ไม่แพ้กัน จะอ้างว่าไปไหนล่ะ เสื้อผ้าก็ไม่ได้ใส่ เห้ยยยยย ทำไงดี~

"ใครอ่ะ จุนซูรึเปล่า"

"ไม่ใช่อ่ะ โทรศัพท์ฉันมันไปเกี่ยวอะไรกับแฟนนาย ชางมินต่างหาก"

"เหรอ งั้นก็ดี ฉันจะบอกชางมินว่านายเอาแฟนฉันไปซ่อน" ว่าพลางเอื้อมไปฉกโทรศัพท์จากมือบาง ก่อนจะกดรับสายแต่ก็ถูกเจ้าของเครื่องขัดขวางไว้เสียก่อน เรื่องอะไรจะยอมให้ยุนโฮทำแบบนั้น ถ้าชางมินรู้ว่าตอนนี้เขาอยู่กับยุนโฮอะไรจะเกิดขึ้น! เขาจะต้องโดนถามว่าไปอยู่กับยุนโฮได้ยังไง แล้วทำไมต้องเอาจุนซูไปซ่อน แล้วก็อีกมากมายที่สุดท้ายเขาจะต้องจนมุมและยอมบอกว่า เขาขู่จุนซูว่าจะเอายุนโฮคืน จุนซูก็เลยหายตัวไป! แล้วมันเรื่องอะไรจะยอมให้โง่เล่า! ถึงจะอยากแย่งยุนโฮแต่เขาก็ไม่อยากมีปัญหากับชางมินสักเท่าไหร่หรอกนะ

"เห้ย! อย่านะ! เอาคืนมา! ยุนโฮเอามือถือฉันคืนมานะ! บอกให้คืนไงไอ้หมีควายยยยยยยย!!!"

"ไอ้เตี้ย! ไม่คืนเว้ย บอกมาก่อนดินายทำอะไรจุนซูของฉัน เฮ้ยอย่าดึง! อย่าดึงๆ เดี๋ยวปกขาด!" มือหนึ่งชูโทรศัพท์เหนือหัวอีกมือก็ต้องคอยกำปกคอเสื้อที่กำลังถูกร่างบางยื้ออย่างแรงจนกระดุมเสื้อแทบจะหลุดตามออกมา

"ฉันไม่รู้! ไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้นอ่ะ! เอามาาาาาาาาา" ยื้อยุดฉุดกระชากกันอยู่นาน ทั้งคู่หยุดนิ่งเมื่อเรียวแขนของร่างบางคล้องไว้บนบ่าแกร่งพอดีกับที่เสียงโทรศัพท์เงียบลง ตาหวานจ้องมองดวงตาคมในขณะที่อีกคนก็จ้องกลับมาเช่นกัน คิดถึง...เสียงจากใจของยุนโฮ ได้สัมผัสใกล้ชิดขนาดนี้ถึงทำให้รู้ว่าเขาคิดถึงดวงตาหวานคู่นี้ คิดถึงใบหน้าหวานและกลิ่นหอมเฉพาะตัวของคนคนนี้มากแค่ไหน...

แกร๊ก...

เสียงประตูห้องถูกเปิดพร้อมกับการกลับมาของบุคคลที่ยุนโฮกำลังตามหา ตาหวานตวัดมองผู้มาเยือนก่อนจะยกยิ้มมุมปากมือเรียวล็อคคออีกคนที่หันหลังให้ประตูก่อนจะกดจูบหนักๆลงไปบนริมฝีปากของยุนโฮ

"ยะ...ยุนโฮ!!!"

#9
yumika

    Newbie

  • Members
  • Pip
  • 8 posts
[FIC] The Impossible Part 5 KISS

#10
somjit1980

    Newbie

  • Members
  • Pip
  • 1 posts
SportBet
แทงบอลออนไลน์





1 user(s) are reading this topic

0 members, 1 guests, 0 anonymous users


TVXQ-Thailand Fanclub © 2005-2012 Rights Reserved | โฆษณาประชาสัมพันธ์ติดต่อ